ของหลักเริ่ม 300 พร้อมบัตร พระกรุวัดคู้สลอด พิมพ์ทรงหนุมาน หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค
เวลาที่เหลือ
รายละเอียดสินค้า
พระลงกรุที่มีความสวยสมบูรณ์ขนาดนี้ ปัจจุบันนี้นั้นหาชมได้ยากมากครับ องค์นี้แทบจะเป็นหนึ่งในตองอูเลยครับ
#เนื้อขาวน้ำมันมวลสารแน่นๆหนักๆ คราบกรุชัดเจน ตรงตามตำรา มวลสารชัดเจน แท้ดูง่ายสุดๆตัวจริง ชัดเจน!!! #รับประกันความแท้ตลอดชีพ
คนโบราณต่างรู้กันดีว่าผงของหลวงพ่อปานนั้นศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหน #ผงพุทธคุณที่มีความเป็นเลิศในทุกด้าน
สามารถใช้ทำน้ำมนต์แก้คุณไสย ใช้รักษาโรค มีอานุภาพทางด้านแคล้วคลาด เมตตามหานิยม ล้างอาถรรพ์
#ผงยันต์เกราะเพชร หลวงพ่อปาน วัดบางนมโคสุดยอดแห่งผงพุทธคุณ หลวงพ่อปานท่านได้นำผงวิเศษ3ชนิดมาผสมรวมกัน
อันได้แก่ 1.ผงวิเศษหัวใจสัตว์ 2.ผงยันต์เกราะเพชร 3.ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงตรีนสิงเห
ก่อนนำมาผสมปูนกรอกอุดลงในรูด้านบนองค์พระ "ผงวิเศษ"
นี้จึงถือเป็นหัวใจในการสร้างพระหลวงพ่อปานทุกพิมพ์
“พระวัดคู้สลอด” เนื้อผงน้ำมัน
หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ปลุกเสก
พระอาจารย์พงษ์ เป็นศิษย์ของ หลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมา หลวงพ่อปาน ได้ให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดคู้สลอด ที่ว่างลงพระอาจารย์พงษ์ เห็นว่า เสนาสนะต่างๆ ภายในวัด ชำรุดทรุดโทรมมาก จำเป็นต้องบูรณะซ่อมแซมให้แข็งแรงมั่นคง เพื่อให้พระสงฆ์ และชาวบ้านได้ใช้ประกอบพิธีต่างๆ อย่างสะดวก จึงได้สร้างพระเครื่องขึ้นมารุ่นหนึ่ง เพื่อหาทุนทรัพย์ในการบูรณะวัด
พระเครื่องที่สร้างได้ใช้ผงวิเศษที่ พระอาจารย์พงษ์ ได้รวบรวมไว้ รวมกับผงวิเศษที่ หลวงพ่อปาน ใช้อุดพระเครื่องพิมพ์ทรงรูปสัตว์ 6 ชนิด ที่ท่านสร้างขึ้น และยังได้ผสมน้ำมันเพื่อให้เนื้อพระหนึกนุ่ม (ที่เรียกว่า “พระผงน้ำมัน”)
พระวัดคู้สลอด สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2465 (พระหลวงพ่อปาน สร้างประมาณ พ.ศ.2460) พิมพ์ทรงคล้ายกับพระหลวงพ่อปาน 6 พิมพ์ คือ พิมพ์ทรงไก่, พิมพ์ทรงหนุมาน, พิมพ์ทรงครุฑ, พิมพ์ทรงเม่น, พิมพ์ทรงปลา และพิมพ์ทรงนก โดยเพิ่มขึ้นใหม่อีก 2 พิมพ์ คือ พิมพ์จันทร์ลอย และพิมพ์สมเด็จ
เมื่อกดพิมพ์เสร็จแล้ว พระอาจารย์พงษ์ ได้นิมนต์ หลวงพ่อปาน ปลุกเสกพระชุดนี้ที่วัดคู้สลอด จากนั้นได้ให้ชาวบ้านทำบุญบูชา จนได้เงินจำนวนหนึ่งใช้จ่ายในการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดคู้สลอด จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
พระอาจารย์พงษ์ เห็นว่า ยังมีพระเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง จึงได้นำลงบรรจุกรุในเจดีย์ใหญ่ทั้งหมด พระอาจารย์พงษ์เป็นเจ้าอาวาสต่อมาอีกระยะหนึ่งก็ลาสิกขา ออกไปใช้ชีวิตแบบฆราวาส มีครอบครัว จนถึงแก่กรรม
พระวัดคู้สลอด ที่ให้ชาวบ้านทำบุญบูชา เป็นเนื้อผงน้ำมัน สีเหลืองอมเขียว หรือสีเหลือง อมน้ำตาล ส่วนที่บรรจุกรุ จะมีคราบฟองเต้าหู้จับหนา
พระที่บรรจุกรุ ถูกคนร้ายขโมยเจาะเจดีย์ ได้พระออกมาจำนวนมาก กว่าทางวัดจะรู้ข่าวก็สายไปแล้ว คนร้ายได้เอาพระไปเกือบหมด คงเหลือแต่พระก้นกรุไม่มากนัก พระวัดคู้สลอด เป็นพระเนื้อผงน้ำมัน มีอานุภาพทางเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดเป็นหลัก สมัยก่อนความนิยมยังไม่แพร่หลาย ราคาไม่แพง ต่อมาเมื่อ พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงสัตว์ 6 ชนิด มีราคาสูงขึ้น ทำให้นักสะสมพระเครื่องหันมาเช่าหา พระวัดคู้ลอด มากขึ้น ส่งผลให้ราคาก็สูงขึ้นด้วย เหตุที่มีผู้สนใจสะสมบูชา พระวัดคู้สลอด กันมากขึ้น ก็เพราะเห็นว่าเป็นพระที่ หลวงพ่อปาน ได้ปลุกเสก อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์จึงย่อมเหมือนกับ พระหลวงพ่อปาน 6 พิมพ์ทรงรูปสัตว์ นั่นเอง
@@@ #ประวัติพระหลวงพ่อปานกรุวัดคู้สลอด #พระนครศรีอยุธยา @@@
ปัจจุบันพระกรุวัดคู้สลอดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเริ่มมีผู้นำประวัติมาลงโดยคัดลอกต่อๆกันมาแบบผิดๆถูกๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนได้ จึงขอนำประวัติที่เคยมีการบันทึกไว้เมื่อเกือบ30ปีที่แล้วในหนังสือมหาโพธิ์ฉบับที่179 นำมารวบรวมไว้อีกครั้งหนึ่ง โดยส่วนหนึ่งผมได้สรุปเนื้อหาสาระสั้นๆและเพิ่มเติมวิธีการพิจารณาพระกรุนี้ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาเป็นแนวทางที่ถูกต้องต่อไป
** ตามประวัติกล่าวว่า พระกรุวัดคู้สลอดวุฒิโสภณ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี 2465 โดยท่านพระอาจารย์สมพงษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดคู้สลอด ได้ขอให้หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค มอบผงวิเศษมาผสมใส่ในเนื้อพระพร้อมกับนิมนต์หลวงพ่อปานมาเป็นประธานปลุกเสกด้วย เสร็จแล้วนำพระที่สร้างขึ้นบรรจุไว้ในองค์พระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตร ที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์หลังเก่าจนหมดสิ้นเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา
ต่อมามีการรื้อถอนโบสถ์หลังเก่าเพื่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ จึงได้นำพระที่บรรจุไว้ในองค์พระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตรออกมา แล้วนำไปบรรจุรวมไว้ในเจดีย์ด้านหลังโบสถ์หลังใหม่ ซึ่งชาวบ้านที่มาช่วยงานในครั้งนั้นต่างทราบดีว่าพระดังกล่าวเป็นของดี จึงได้มีการขอนำพระดังกล่าวไปบูชากันบ้าง
ปัจจุบันเรียกกันว่า “พระแบบไม่ลงกรุ”
(แต่ความจริงมีการถูกบรรจุกรุมาแล้วครั้งหนึ่งในองค์พระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตร แต่เนื่องจากพระอยู่ในที่แห้งสูง ไม่ชื้นแฉะ จึงมีคราบกรุเพียงบางๆจนถึงแทบจะไม่มีเลย)
ต่อมาประมาณปี 2506 ในฤดูน้ำหลาก ได้มีคนร้ายลักลอบลงเรือไปขุดเจาะพระเจดีย์ ซึ่งถูกน้ำท่วม และสามารถนำพระออกไปได้จำนวนหนึ่ง เมื่อทางวัดทราบเรื่องจึงได้ไปแจ้งความและตัดสินใจเปิดกรุเพื่อนำออกให้บูชาอย่างเป็นทางการ และเนื่องจากพระเจดีย์นี้ถูกน้ำท่วม ทำให้น้ำท่วมซึมถึงส่วนล่าง พระบางส่วนที่กองอยู่ก้นกรุถูกแช่น้ำ จึงมีคราบกรุเป็นเปลือกหนา ผิวพระมีรอยระเบิดลั่นร้าว ผุกร่อน ส่วนพระที่อยู่ส่วนบนๆ ผิวพระจะดีและมีคราบกรุที่สวยงามมาก
พระส่วนนี้ปัจจุบันเรียกกันว่า “พระแบบลงกรุ”
- "พระแบบไม่ลงกรุ" เนื้อจะจัดและแห้งแน่นแบบเนื้อเทียน สีออกอมเหลือง แลดูมีความซึ้ง มีความหนึกนุ่มมันฉ่ำใสในเนื้อพระ แต่แฝงไว้ซึ่งความแห้งเก่า
- "พระแบบลงกรุ" เนื้อจะมีลักษณะแห้งจัด เนื้อพระจะแยกส่วนเป็น 2 ชั้น ผิวชั้นนอกจะเป็นเปลือกปกคลุมสีน้ำตาลแห้งๆแบบฟองเต้าหู้ เข้าใจว่าน่าจะเป็นส่วนของน้ำมันตั้งอิ้วที่เป็นตัวประสานเนื้อพระ ทำปฏิกริยากับความร้อนความชื้นในกรุ ลอยแยกส่วนออกมา ส่วนเนื้อในจะเป็นผงสีขาวแห้งๆ มีรอยปริลั่นอยู่ทั่วไป
คู้สลอดทั้งลงกรุและไม่ลงกรุทั้งหมดต่างก็เคยถูกบรรจุไว้ใต้ฐานพระโมคคัลลาน์และพระสารีบุตรในโบสถ์มาก่อนแล้ว ซึ่งพระทั้งหมดผ่านการปลุกเสกและมีส่วนผสมของผงวิเศษจากหลวงพ่อปานมาแล้วทั้งสิ้น
สำหรับความนิยมพระแบบไม่ลงกรุจะได้รับความนิยมมากกว่าเนื่องจากมีเนื้อหาที่สวยงามสมบูรณ์ ส่วนพระแบบลงกรุมักจะระเบิดชำรุดแตกหักเนื่องจากแช่อยู่ในกรุที่น้ำท่วมถึงเป็นเวลานาน
บัตรรับประกัน
ตรวจสอบพระ
ประวัติการเสนอราคา
| ผู้ประมูล | ราคา | เวลา |
|---|---|---|
| NewMagnecomp VIP (95) Shop | 300 | 23/03 22:12:56 |
| ping VIP (3970) | 400 | 23/03 22:17:24 |
| phichan9 VIP (4278) | 600 | 24/03 06:14:58 |
| ping VIP (3970) | 600 | 24/03 06:14:59 Auto |
| phichan9 VIP (4278) | 800 | 24/03 06:15:05 |
| ping VIP (3970) | 800 | 24/03 06:15:06 Auto |
| phichan9 VIP (4278) | 900 | 24/03 06:15:12 |