มังกรทองมาแว้ววววววว เหรียญท้าวจตุคามรามเทพ รุ่นสองแผ่นดิน ปี 2548 วัดพระมหาธาตุฯ เนื้อทองแดง จ.นครศรีธรรมราช
สถานะ
รายละเอียดสินค้า
มังกรทองมาแว้ววววววว
เหรียญท้าวจตุคามรามเทพ
รุ่นสองแผ่นดิน ปี 2548
วัดพระมหาธาตุฯ
เนื้อทองแดง
จ.นครศรีธรรมราช

ภาพจาก : https://link.psu.th/tePRqk
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมากระแสเกี่ยวกับจตุคามรามเทพเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช จตุคามรามเทพถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวนครศรีธรรมราชให้ความเคารพนับถือมาก โดยมีความเชื่อว่าจตุคามรามเทพหมายถึง ท้าวขัตตุคามและท้าวรามเทพ ซึ่งถือว่าเป็นเทพผู้ที่รักษาพระบรมธาตุ และยังเชื่ออีกว่าท้าวจตุคามรามเทพก็คือพระเสื้อเมือง จตุคามรามเทพเป็นเทพผู้มีบารมีสูง มีเทวานุภาพที่สามารถบันดาลความมั่งคั่งร่ำรวยความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้ที่บูชา เรื่องราวเกี่ยวกับจตุคามรามเทพนั้นมีมากมายหลายตำนาน บางตำนานกล่าวว่าจตุคามรามเทพเป็นเทวดาพิทักษ์พระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้างก็ว่าเป็นเทวดาพิทักษ์ศาลหลักเมือง หรือเทวดาประจำเมืองนั่นเอง บ้างก็ว่าเป็นอดีตพระราชาของศรีวิชัยที่ตั้งจิตอธิษฐานเป็นพระโพธิสัตว์ อยู่ในระหว่างบำเพ็ญบารมีเพื่อการตรัสรู้ ฯลฯ บ้างก็ว่าเป็นเทพองค์เดียว บ้างก็ว่ามีสององค์ ‘จตุคาม’ องค์หนึ่ง ‘รามเทพ’ อีกองค์หนึ่ง ผู้ที่ปลุกกระแสความเลื่อมใสในองค์จตุคามรามเทพ ก็คือท่าน พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช (ขุนพันธ์) อดีตนายตำรวจมือปราบตงฉิน ท่านได้รับยกย่องว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของตำรวจไทย ในแง่ความซื่อตรง มีความกล้าหาญ และมีวิชาคาถาอาคมแก่กล้า สามารถปราบปรามโจรผู้ร้ายที่มีไสยเวทย์ทั้งหลายได้อย่างราบคาบ เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ส่วนตำนานเกี่ยวจตุคามรามเทพนั้นมีหลายตำนาน เช่น จตุคามรามเทพคือเทวดารักษาเมือง หรือเทพประจำหลักเมืองนครศรีธรรมราช หรือจตุคามรามเทพเป็นพระโอรสของนางพญาจันทราหรือนางพญาพื้นเมืองทะเลใต้ ทรงเป็นราชินีของพระเจ้าราตะหรือพระสุริยะเทพ ผู้ทรงรวบรวมดินแดนคาบสมุทรทองคำเป็นจักรวรรดิเดียวกันในปีพุทธศตวรรษที่ ๗ และทรงเป็นพระราชมารดาของเจ้าชายรามเทพ พระนางจันทราทรงบรรลุธรรม ทรงอิทธิฤทธิ์ขนาดบังคับคลื่นลมร้ายให้สงบลงได้ ดังนั้นชาวทะเลจึงกราบไหว้ท่านก่อนออกสู่กลางทะเลเรียกกันอีกชื่อว่า ‘แม่ย่านาง’ ของชาวศรีวิชัยหรือเจ้าแม่อยู่หัว เจ้าชายรามเทพทรงศึกษาวิชาจตุคามศาสตร์จากพระมารดาจนเชี่ยวชาญ ทรงศึกษาพุทธธรรมในลัทธิมหายาน ทรงมีความเชื่อเรื่องการบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อการตรัสรู้ธรรมในภายภาคหน้า ทรงตั้งปณิธานแน่วแน่ในการประกาศพระศาสนาให้มั่นคงทั่วแว่นแคว้น ทรงได้รับการถวายพระนามว่าองค์ราชันจตุคามรามเทพ ต่อมาทรงเจริญอิทธิฤทธิ์สูงส่งทรงศักดานุภาพยิ่งใหญ่ แม้กล่าววาจาสาปแช่งผู้ใดผู้นั้นย่อมมีอันเป็นไป จนได้ถวายพระนามอีกสองพระนามคือจันทรภานุและพญาพังพกาฬ (พญาพังพกาฬหรือพังพะกาฬเป็นพระชาติก่อนขององค์จตุคามรามเทพ) อาจารย์บัณฑิต สุทธมุสิก ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์อีกท่านหนึ่งบันทึกไว้ว่า...จตุคามรามเทพหมายถึงดวงพระวิญญาณแห่งอดีตบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า ผู้มาสถิตเป็นผู้คุ้มครองดูแลบ้านเมืองทั้งสี่ทิศ ทรงฤทธิ์อำนาจอย่างเต็มเปี่ยม ยังเพียบพร้อมด้วยบารมีธรรม ๑๐ ประการของพระโพธิสัตว์ ผู้มีความเมตตาต่อมนุษย์ทุกผู้ทุกนามตรงตามหลักพระพุทธศาสนามหายาน ที่แพร่หลายในยุคศรีวิชัยไศเลนทรวงศ์ ดังเช่น พระสยามเทวาธิราช ที่สถาปนาขึ้นภายหลังในยุครัตนโกสินทร์ ที่สมมติเอาดวงพระวิญญาณของพระมหากษัตริย์รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเทวดา เพื่อปกป้องรักษาบ้านเมืองแต่การที่จะบอกว่าเป็นกษัตริย์พระองค์ใดแน่นั้นตอบยาก บางท่านบอกคือพระเจ้าจันทรภาณุแต่พระเจ้าจันทรภาณุก็อยู่เพียงปี พ.ศ. ๑๘๐๐ เป็นยุคปลายของตามพรลิงค์ ถ้าเราเชื่อกันว่า ‘จตุคามรามเทพ’ คืออดีตกษัตริย์ศรีวิชัย ดังนั้นจึงน่าจะเก่าแก่กว่าพระเจ้าจันทรภาณุ ดังเช่นพระเจ้าวิษณุราช ที่ปรากฎตามศิลาจารึกกรุงศรีวิชัย อยู่ในราวปี พ.ศ. ๑๓๑๘ ผู้สร้างมหาเจดีย์บรมพุทโธ ซึ่งห่างกันถึง ๕๐๐ ปี แต่ถ้ามองในเรื่องการกลับชาติมาเกิดตามหลักของมหายาน ตัวอย่าง เช่น ดาไลลามะของทิเบตที่กลับชาติมาเกิดและถือกันว่าเป็นอวตารภาคหนึ่งของพระอวโลกิเตศวร ในยุคศรีวิชัยที่พุทธศาสนามหายานยิ่งใหญ่ ก็มีคติว่าพระมหากษัตริย์คืออวตารของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และยังเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีตัวตนจริงบนโลกมนุษย์ ประเด็นน่าสนใจคือในแผ่นพับวัตถุมงคลรุ่นบูรณะหลักเมืองนครศรีธรรมราชปี พ.ศ. ๒๕๔๗ หรือบูรณะหลักเมืองนครศรีธรรมราชปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดชเป็นที่ปรึกษาการจัดสร้างได้มีเล่าเรื่องที่มาขององค์จตุคามรามเทพ โดยแตกต่างไปจากตำนานอื่น ๆ คือย้อนหลังในราวปี พ.ศ. ๑๐๔๐ ในสมัยนั้นกษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรสุวรรณภูมิ คือพระเจ้าจันทรภาณุมีพระบารมีบุญญาธิการมาก ได้แผ่ขยายอำนาจอาณาเขตออกไปถึงประเทศอินเดียยึดประเทศอินเดียใต้ และอยู่ปกครองจนเป็นพระมหาราชของอินเดีย ไม่กลับมายังสุวรรณภูมิเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี พระโอรสสองพี่น้องของพระเจ้าจันทรภาณุ คือขุนอินทรไศเรนทร์และขุนอินทรเขาเขียน เห็นบ้านเมืองทรุดโทรมลงขาดกษัตริย์ปกครอง ครั้นจะตั้งตนขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพระบิดาก็ไม่ได้ จึงร่วมกันย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่เมืองช้างค่อมศิริธัมมาราช แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ว่าศรีวิชัยสุวรรณภูมิ... โดยมีคำอธิบายเพิ่มว่า...ในฐานะที่ท่านทั้งสองเป็นปฐมกษัตริย์จึงได้ขยายเมืองและซ่อมแซมบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ ที่เริ่มชำรุดทรุดโทรมลงเป็นครั้งแรก ด้วยคุณงามความดีของพี่น้องสองกษัตริย์ หลังจากสิ้นพระชนม์ลงประชาชนทั้งหลายจึงได้ยกย่องเทิดทูนให้เป็นพระเสื้อเมืองและพระทรงเมือง มีฐานะเป็นเทวดาประจำเมืองและขนานนามของท่านทั้งสองว่า ‘ท้าวจตุคามราม’ และ ‘ท้าวรามเทพ’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดังหลักฐานที่ปรากฏคือรูปขนาดใหญ่ของทั้งสององค์ที่ประทับนั่งอยู่ข้างบันใดทางขึ้นพระบรมธาตุเจดีย์ในวิหารพระทรงม้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งมีปรากฎมานานหลายร้อยปีแล้ว... อีกตำนานหนึ่งที่ปรากฏในตำราพระพุทธสิหิงค์ (สิหลพุทธรูปนิทาน) และตำนานชินกาลมาลีปกรณ์มีความว่า... ครั้งหนึ่งพระร่วงสุโขทัยได้ยินกิตติศัพท์พระพุทธรูปในลังกาว่าศักดิ์สิทธิ์นัก จึงส่งทูตไปเจรจาพระเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชว่าทำอย่างไรถึงจะได้มา พระยานครฯตอบว่าไปเอามาบ่มิได้ เพราะลังกามีเทพารักษ์สี่องค์ (จตุเทวรักขา) คือพระราม พระลักษณ์ สุมนเทพ และขัตตคามเทพ..... มีนักเขียนอย่างไมเคิล ไรท เขียนไว้ในบทความที่เผยแพร่ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๑๓๙๔ ความว่า... ปัจจุบันนี้พระรามยังสถิตอยู่ที่เมืองเทพนคร (Dondra) ครองภาคตะวันตกเฉียงใต้ในนามอุบลวรรณ พระลักษณ์หายไปมีพิเภก (Vibhisshana) มาขึ้นครองแทนที่วัดกัลยาณีสีมา กรุงโคลัมโบ (ประเทศศรีลังกา) สุมนเทพยังครองสุมนกูฎ (เขาพระพุทธบาทกลางเกาะ) ส่วนขัตตคามเทพได้แก่ขันธกุมาร (บุตรพระอิศวร) ที่สถิตอยู่ที่กฏรคาม (Kataragama) ซึ่งเขียนเป็นภาษาบาลีว่าขัตตุคาม แล้วคนไม่ถนัดภาษาย่อมดัดแปลงเป็นจตุคาม ตามใจนึกโดยไม่นึกถึงความหมายหรือหลักภาษา ไมเคล ไรทสรุปว่าจตุคามรามเทพน่าจะเป็นเทพฮินดู ๒ องค์ ที่ชาวศรีลังกานับถือเป็นเทพารักษ์พระพุทธศาสนา ต่อมาเมื่อชาวนครฯ รับพระพุทธศาสนาจากลังกาวงศ์เข้ามา เทพทั้งสองก็ตามมาด้วยในฐานะเทพารักษ์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช...
บัตรรับประกัน
ตรวจสอบพระ
ประวัติการเสนอราคา
| ผู้ประมูล | ราคา | เวลา |
|---|---|---|
| Wu shiao Ming (93) | 400 | 29/08 16:35:36 |
| Wu shiao Ming (93) | 440 | 29/08 16:37:20 Auto |
