มังกรทองมาแว้วววว เหรียญหล่อหลวงพ่อไปล่ รุ่น 2 พิมพ์รูปไข่ หลังที่ระฤก (นิยม) ปี 2539 เนื้อสัมริด วัดกำแพง + บัตรดีดี

ปิด สร้างโดย: มังกรทอง  VIP   (6768)

เหรียญหล่อรูปไข่ ย้อนยุค รุ่น 2 เนื้อสำริด หลวงปู่ไปล่ ฉันทสโร วัดกำแพง บางขุนเทียน จ.กรุงเทพฯ
สร้างขึ้นในปี 2539  เพื่อนำปัจจัย
สร้างหอพระไตรปิฎก
โดยเหรียญหล่อหลวงพ่อไปล่ จัดเป็นเหรียญหล่อที่มีพุทธคุณสูง โดยเฉพาะในด้านคงกระพันชาตรี

เป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่องมาอย่างยาวนาน และเป็นเหรียญหล่อที่มีค่านิยมสูงสุดเหรียญหนึ่งในปัจจุบัน
ซึ่งรุ่นแรกราคาไปไกล และหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน หากต้องการพึ่งพาพุทธคุณ
ใช้รุ่นหลังแทนได้ในราคาไม่แพงมาก

รุ่นนี้ ด้านหลังจะมี 2 แบบ เป็นหลังเจดีย์ และหลังที่ระฤก

เหรียญหล่อรูปไข่ หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง รุ่นสอง ปี ๒๕๓๙ รุ่นสร้างหอพระไตรปิฎก เนื้อสำริด ตอกโค้ดด้านหลังเหรียญ
รุ่นนี้คือรุ่นไข่ ๒ บางท่านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรุ่น ๓ เพราะปี ๒๕๓๔ ที่สร้างรุ่นจอบ ๒ ทางวัดไม่ได้สร้างรูปไข่ออกมา
มาสร้างรุ่นไข่ ๒ ตอนปี ๒๕๓๙ เป็นรุ่่นสร้างหอพระไตรปิฎก พร้อมกับพิมพ์เสมา หรือ พื้นที่เรียกว่าก้นแมงดาครับ
เพราะฉนั้น รุ่นนี้จึงเป็นพิมพ์รูปไข่ รุ่น ๒ นั้นเอง ใน พ.ศ. ๒๕๓๙ สร้างเหรียญหล่อรูปไข่และเหรียญหล่อรูปเสมา (ย้อนยุค)
รุ่นสร้างหอพระไตรปิฎก ประกอบไปด้วย ๑. เหรียญหล่อรูปไข่ ด้านหลังตัวหนังสือที่ระฤก ๒๔๗๘ ๒. เหรียญหล่อรูปไข่ ด้านหลังเจดีย์
๓. เหรียญหล่อรูปเสมา ด้านหลังตัวหนังสือที่ระฤก ๒๔๗๘ มีเนื้อทองคำ เงิน นวะ ทองแดง สตางค์ นวะแก่ทอง ทองเหลือง
จำนวนการสร้างทุกเนื้อรวมกันประมาณ ๘,๔๐๐ เหรียญ - เนื้อทองคำสร้างตามจำนวนการสั่งจอง ตอกโค๊ตด้านหลังเป็นเลข ๒ หลักยันต์
ด้านหน้าทุกเหรียญมีหมายเลขกำกับ เนื้อทองคำเท่าที่พบเห็นด้านหลังเป็นพิมพ์ตัวหนังสือที่ระฤก ๒๔๗๘ - ส่วนเนื้อสตางค์ และเนื้อนวะแก่ทอง
ตอกโค๊ตไว้ที่ด้านหน้าเหรียญ เนื้อนวะแก่ทองนี้เป็นเนื้อที่เหลือจากการหล่อพระบูชา
จัดเป็นเหรียญหล่อที่มีพุทธคุณสูงโดยเฉพาะในด้านคงกระพันชาตรี เป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่องมาอย่างยาวนาน
และเป็นเหรียญหล่อที่มีค่านิยมสูงสุดเหรียญหนึ่งในปัจจุบัน ซึ่งรุ่นแรกราคาไปไกลและหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน
หากต้องการพึ่งพาพุทธคุณใช้รุ่นหลังแทนได้ในราคาไม่แพงมาก เหรียญหล่อหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง
นับว่าเป็นเหรียญหล่อยอดนิยมที่มีค่านิยมสูงสุดในวงการ เคียงคู่กับเหรียญจอบเล็กจอบใหญ่ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลานมาช้านาน
หลวงพ่อไปล่ท่านเป็นสุดยอดเกจิ เวลาปลุกเสกพระท่านชอบประเภทบินเดี่ยว เสกเดี่ยวด้วยเพราะมั่นใจในพุทธาคมอันแก่กล้า
และ ก็ไม่เคยผิดหวัง เพราะ ประสบการณ์เหลือล้นเกินบรรยาย จนทำให้เหรียญหล่อของท่านขึ้นอันดับ1ของวงการมาโดยตลอด
เหรียญรุ่นแรกของท่านไม่ว่าจะเป็นพิมพ์จอบ พิมพ์ไข่ ค่านิยมสวยๆองค์ละหลายๆล้านบาทครับ และหาของแท้ยากยิ่งในปัจจุบัน
ออกจากวัดกำแพงโดยตรงในปี ๒๕๓๙ จะเห็นได้ว่าการสร้างเหรียญหล่อของวัดกำแพงนั้น ค่อนข้างเคร่งครัด
ไม่ได้เน้นการโฆษณา หรือ เน้นแบบโปรโมท แต่เป็นการสร้างโดยเจตนาบริสุทธิ์และ พิธีกรรมที่เข้มขลังจริงๆ
และจะเห็นไ้ด้ว่าตั้งแต่เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อไปล่ ที่ออกจากวัดในปีพศ ๒๔๗๘ ในสมัยหลวงพ่อไปล่ยังมีชีวิต
แล้วก็ไม่เคยมีเหรียญรุ่น ๒ ออกมาอีกเลยจวบจนปี ๒๕๓๔ ที่มีเหรียญจอบใหญ่ออกมา
และ ในปี ๒๕๓๙ ที่มีการออกเหรียญรูปไข่ และ เหรียญทรงเสมา รุ่น ๒ ของหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพงออกมา
พิธีการสร้างเป็นแบบปลุกเสกหมู่ ทำพิธีถูกต้อง และ ทำพิธีที่วัดกำแพง มีการอัญเชิญดวงวิญญาณหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง
มารับรู้และรับทราบในพิธีกรรมครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการผสมชนวนโลหะศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งเหรียญเก่าๆรุ่นแรกในสมัยหลวงพ่อไปล่ยังมีชีวิต
ผสมลงไปเป็นมวลสารอีกด้วย เนื้อหาที่ออกที่แนะนำให้จับตามองและน่าสะสม ที่ออกจากวัดในรุ่น2 นี้จะเป็นเหรียญหล่อโบราณที่มีเนื้อหาดีมากด้วย
เพราะคงจะมีมวลสารชนวนโลหะดีๆผสมอยู่มาก เนื้อจึงเข้มดำ สวยงาม ของหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง ที่นับว่าเป็นเหรียญดีล้ำค่า
ชนวนมวลสาร พิธีดีเยี่ยม และน่าใช้ไม่แพ้รุ่นแรก และ ใช้แทนกันได้อย่างสนิทใจ หายากน่าเก็บน่าใช้
**************************************************************************************************************************************************
เหนียวจนดัง "มีเหรียญหลวงพ่อไปล่วัดกำแพง ถึงไหนถึงกัน" แม้ก้อนหินข้างทาง ยังเสกให้ขลังได้ ทหารพกไปออกรบ
ไม่โดนกระสุน แม้นัดเดียว หลวงพ่อไปล่ ฉันทสโร วัดกำแพง เมื่อครั้งที่ "หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง"
และ "หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง" ยังมีชีวิตอยู่ เป็นที่ล่วงรู้ถึงกิตติศัพท์ของท่านทั้งสองว่า "สุดยอด" สมัยนั้นใคร
มีเหรียญวัดหนัง จะไม่กล้าแหยมกับคนที่แขวนเหรียญวัดกำแพง เจอกันครั้งใดก็กินกันไม่ลง เพราะ "เหนียว" ทั้งคู่
ประสบการณ์ของเหรียญทั้งสองวัดเด่นชัดในเรื่องคงกระพันชาตรี เป็นที่นิยมของนักเลงจริงในยุคนั้น
เล่าขานกันว่า ขนาดโดนรุม ๑๐ ต่อ ๑ ยังรอดมาได้ ทั้งมีด ไม้ กระบอง ลูกซองปืนพก ไม่มีเลือดตกยางออก
ให้ได้เห็นแม้แต่น้อย ด้วยพุทธคุณอันลือลั่น และประสบการณ์อันลือเลื่องจึงทำให้เหรียญของท่านทั้งสองเป็นที่หมายปองของนักเลงพระ
ส่งผลให้ราคาค่านิยมสูงขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งปัจจุบันต้องพูดกันที่ "หลักแสน" ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเพราะว่ารูปแบบ
ของเหรียญทั้งสองสำนักคงความเป็นเอกลักษณ์ที่งดงามด้านศิลปะที่คนรุ่นใหม่ไม่อาจเลียนแบบได้ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง
ชื่อเสียงอาจจะดังกว่าหลวงพ่อไปล่ เพราะเหรียญของท่านติดอันดับ "ท็อปไฟว์" ชุดเบญจภาคีเหรียญ
แต่เรื่องเวทวิทยาคมต้องบอกว่า "ข่ม" กันไม่ลง ชาวบางขุนเทียนและคนฝั่งธนบุรียกนิ้วให้ว่า "ไม่ธรรมดา" ทั้งคู่
โดยเหรียญของหลวงพ่อไปล่นั้นมีคำขวัญว่า "มีเหรียญหลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง ใครจะมาฆ่าแกงก็ไม่ต้องกลัว ถึงไหนถึงกัน
คงกระพันชาตรีดีนักแล" พระเทพสิทธินายก (หลวงพ่อเลียบ) อดีตเจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร เทเวศร์ และวัดเลา
ซึ่งเป็นศิษย์อุปัชฌาย์องค์เดียวกัน เคยกำชับพวกนักเลงว่า อย่าไปเล่นกับท่านวัดกำแพงนะ ท่านเป็นคนจริง
อย่าไปทำแหยให้ท่านเห็นเป็นอันขาด อาจจะหมดลายไปเลยทีเดียว ชื่อเสียงของท่านโด่งดังถึงขั้นถูกบรรจุ
เป็นคำขวัญของเขตบางขุนเทียนคือ "หลวงพ่อไปล่วัดกำแพง แหล่งเกษตรกรรม วัฒนธรรมมอญบางกระดี่ พื้นที่ทะเลกรุงเทพฯ"

"หลวงพ่อไปล่" เกิดวันอังคาร เดือน ๖ ปีวอก พ.ศ. ๒๔๐๓ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหมู่ที่ ๖ ต.บางบอนใต้ อ.บางขุนเทียน จ.ธนบุรี เป็นบุตร นายเหลือ นางทอง นามสกุล "ทองเหลือ" ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เมื่ออายุ ๘ ขวบ ได้ไปศึกษาหนังสือไทยและขอมกับหลวงพ่อทัต วัดสิงห์ ท่านเป็นคนมีร่างกายแข็งแรง ใจคอกล้าหาญ ทรหดอดทน มีเพื่อนฝูงมาก ยุคนั้นบ้านบางบอนใต้เป็นแดนนักเลงหัวไม้ มีทั้งชนไก่ กัดปลา ข้องอ้อย เป็นต้น เวลาวัดมีงานมักจะนัดตีกันเป็นประจำ ตัวท่านถูกพรรคพวกยกย่องให้เป็นลูกพี่ ทำให้บิดามารดาเกรงว่าจะเสียคน เพราะคบเพื่อนไม่เลือกว่าคนดีคนพาล จึงขอร้องให้บวชพระให้สักหนึ่งพรรษา ท่านก็ไม่ขัดโดยเข้าอุปสมบทที่วัด กำแพง มี หลวงพ่อทัต วัดสิงห์ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อพ่วง วัดกก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อดิษฐ์ วัดกำแพง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า "ฉันทสโร" หลังบวชแล้วท่านได้สนใจศึกษาทางธรรมอย่างเอาจริงเอาจัง หลังจากบวชแล้ว "หลวงพ่อไปล่ ฉันทสโร" อยู่จำพรรษาที่วัดกำแพง กรุงเทพฯ ศึกษาพระธรรมวินัย ท่องบทสวดมนต์จนจบทุกบททุกคัมภีร์ จดจำได้แม่นยำ และเกิดเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ครบหนึ่งพรรษาแล้วเลยไม่ยอมสึก พอพรรษาที่ 2 ก็พยายามจนท่องพระปาฏิโมกข์ได้ และขอถ่ายทอดวิชาด้านกรรมฐานและวิปัสสนาธุระกับพระอุปัชฌายะและคู่สวดซึ่งล้วนแต่เชี่ยวชาญทางนี้ ด้านพุทธาคมได้เรียนวิชาเมตตามหานิยม เช่น ผง ๑๐๘ ขี้ผึ้งสีปากจากหลวงพ่อพ่วง วัดกก เรียนทางคงกระพันชาตรี ทำผ้าประเจียดแดงกับหลวงพ่อดิษฐ์ วัดกำแพง นอก จากนี้ ยังได้ไปขอเรียนวิชาไสย ศาสตร์เวทมนตร์ เช่น วิชาผูกหุ่นพยนต์จากหลวงพ่อคง อาจารย์รุกขมูลธุดงค์ จนมีวิชากล้าแข็ง แม้ท่านเก่งขนาดไหนแต่ไม่เคยคุยโอ้อวด ชอบดำรงตนแบบสมถะ ไม่ทะเยอทะยานในลาภยศ มีความเป็นอยู่อย่างง่ายๆ กวาดกุฏิเอง ของส่วนตัวทำเอง ไม่เคยใช้ให้ใครทำ ขยันในการทำวัตรสวดมนต์เคร่งครัดต่อพระธรรมวินัยชอบความมีระเบียบเรียบร้อย หลวงพ่อเลียบ วัดเลา" เคยสนับสนุนให้ท่านได้สมณศักดิ์เป็นพระครู ท่านกลับพูดเป็นคำคมว่า ฉันไม่อยากเป็น"ครูพระ"หรอก สอนตัวเองก็พอใจแล้ว เพราะการเป็น"พระครู" หมายถึงต้องเป็นครูสอนพระ นั่นเพราะท่านไม่ได้หวังเป็นใหญ่เป็นโตอะไร ไม่สนใจเรื่องยศช้างขุนนางพระตามคำกล่าวของคนโบราณ ส่วนตำแหน่งสมภารท่านก็ไม่เคยสนใจ แต่ขัดชาวบ้านไม่ได้ก็จำเป็นต้องรับ ใครมีลูกหลานส่วนใหญ่จะมาให้ท่านบวช เพราะเลื่อมใสศรัทธาในจริยาวัตรและอยากได้ของขลังของดีจากท่าน ปี พ.ศ.๒๔๗๘ คณะศิษยานุศิษย์ร่วมกันบำเพ็ญกุศลฉลองอายุให้ท่าน ในงานนี้ได้ออกเหรียญรูปท่านเต็มองค์ห่มลดไหล่สมาธิ เป็นเหรียญหล่อทำรูปคล้ายจอบ ด้านหลังเหรียญมีอักษรไทยว่า "ที่ระฤก ๒๔๗๘" วันเทเหรียญปรากฏว่า สายสิญจน์ ในพิธีตกลงมาถูกเทียนชัยจี้อยู่จนหมดเวลาพิธี ปรากฏว่าสายสิญจน์ไม่ไหม้เป็นที่น่าตื่นเต้น เพราะขณะนั้นท่านนั่งปรกบริกรรมด้วยจิตเป็นสมาธิแน่วแน่ ท่านชอบเสกเดี่ยว ไม่ค่อยไปร่วมพิธีกับใคร โดยกล่าวเป็นนัยว่า การไปรวมกันไม่รู้ว่าใครจะแน่ สู้เดี่ยวไม่ได้ และเหตุที่สร้างเหรียญรูปจอบ ก็เพราะจอบเป็นสัญลักษณ์เครื่องมือสำคัญในการเพาะปลูก ชาวสวนชาวนาต้องพึ่งจอบ ซึ่งเหรียญรุ่นนี้มีประสบ การณ์มาก ใครที่รับแจกไปห้อยคอสมัยนั้นรับประกันเรื่องความเหนียว มีดหรือปืนไม่ระคายผิวหนัง ถึงขนาดที่ว่าแมลงวันไม่ได้กินเลือด วัตถุมงคลของ หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง กรุงเทพฯ นอกจากเหรียญจอบยอดนิยมแล้ว ยังมีเหรียญรูปไข่ สร้างเนื้อสัมฤทธิ์ และทองเหลืองฝาบาตร ที่ต้องทำเป็นเหรียญหล่อท่านบอกว่าพิธีเข้มข้นกว่าเหรียญปั๊มมาก และเหรียญรุ่นนี้ก็มีประสบการณ์ดังมาก คำขวัญของเหรียญมีว่า "มีเหรียญหลวงพ่อไปล่วัดกำแพงใครจะมาฆ่าแกงก็ไม่ต้องกลัว ถึงไหนถึงกันคงกระพันชาตรีดีนักแล" ต่อมาในงานล้างป่าช้าวัดกำแพง ท่านได้ออกเหรียญเป็นรูปพระพุทธ เนื้อโลหะทองเหลือง เรียกว่า "รุ่นล้างป่าช้า" ใช้ได้ผล มีคนนิยมมากเช่นกัน การแจกเหรียญของท่านไม่กะเกณฑ์ในเรื่องเงินทอง ใครจะทำบุญก็ทำ ใครจะมาขอฟรีท่านก็แจกให้ หลวงพ่อไปล่ท่านมีกระแสจิตกล้าแข็ง คราวหนึ่งเจ้าคุณพระพุทธพยากรณ์ (เจริญ อุปวิกาโส) วัดอัปสรสวรรค์ (วัดหมู) ศิษย์เอกองค์หนึ่งของพระภาวนาโกศลเถร (หลวงปู่เอี่ยม) วัดหนัง ได้มานิมนต์ให้ไปนั่งปรกในงานหล่อพระ ท่านบอกว่าให้บอกเวลามาว่าพิธีจะเริ่มเมื่อไหร่ แล้วท่านก็นั่งทำสมาธิอยู่ที่กุฏิ โดยไม่ต้องเดินทางมาถึงวัด พอถึงเวลาปลุกเสก พระอาจารย์ที่นิมนต์มาจะเห็นร่างหลวงพ่อไปล่ปรากฏนั่งสมาธิอยู่ในพิธีด้วย เรื่องนี้เป็นที่โจษจันกันทั่วไป ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ลูกศิษย์คนหนึ่งถูกเกณฑ์ไปร่วมรบได้มาขอของดีจากท่านเพื่อเอาไปคุ้มครองตัว ท่านได้เสกก้อนหินข้างทางรถไฟให้หนึ่งก้อน ศิษย์คนนั้นเห็นแล้วจะไม่เอาก็เกรงท่านจะว่า จึงนำหินก้อนนั้นถักลวดแขวนคอติดตัวไปสนามรบ ปรากฏว่าไม่เคยมีอันตรายและไม่เคยป่วยไข้ ปืนในสนามรบยิงมาเท่าไหร่ก็ไม่ถูกเลย หลวงพ่อไปล่ มรณภาพด้วยอาการอันสงบเมื่ออายุ ๗๙ พรรษา ๕๙ มีคนเล่าว่าแม้จะมรณภาพไปแล้ว หนังก็ยังเหนียว พวกสัปเหร่อเอามีดตบแต่งศพก็เฉือนไม่เข้า ต้องจุดธูปจุดเทียนบอกกล่าวขอขมา แม้กระนั้นก็ยังเฉือนไม่เข้า และศพก็แห้งไปเฉยๆ ไม่มีกลิ่นเน่าเหม็น ทั้งนี้ เพราะท่านรักษาศีลบริสุทธิ์นั่นเอง ในวันเผาศพมีผู้คนไปร่วมงานกันมากมายหลายจังหวัด ทั้ง คนใหญ่คนโต คนธรรมดาสามัญหลายชั้นวรรณะ และท่านได้แสดงอภินิหารให้เป็นที่ประจักษ์ โดยพวกศิษย์ได้นำพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ดอกไม้เพลิงมาจุด ปรากฏว่าด้านหมดเนื่องจากท่านไม่ชอบเสียงอึกทึกครึกโครม แต่พองานเลิกได้นำมาจุดใหม่ เกิดดังสนั่นหวั่นไหว กลายเป็นเรื่องเล่าขานมาจนทุกวันนี้ แม้แต่กระดูกขี้เถ้าก็ถูกยื้อแย่งกันอุตลุดจนไม่มีเหลือ ก็เพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์โดยแท้ สำหรับคาถาที่ หลวงพ่อไปล่ท่านภาวนาเป็นประจำคือ "คาถากำแพงแก้ว ๗ ประการ" ท่องว่า"พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สัตตะระตะมะปะการัง อัมมหากัง สะระณังคัจฉามิ สุสุละละโสโส นะโมพุทธายะ พุทโธพระบังธัมโมพระบัง สังโฆพระบัง" ให้ภาวนาก่อนนอนทุกคืน คุ้มภัยอันตรายได้ดี พวกศัตรูทำอะไรไม่ได้ วัตถุมงคลหลวงพ่อไปล่ที่ได้รับความนิยม เหรียญหล่อ'หลวงพ่อไปล่'แพงสุดอันดับ๒ของวงการ หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง ได้สร้างเหรียญหล่อโบราณที่วงการนิยมกันอย่างกว้างขวาง โดยแบ่งออกเป็น ๔ แบบ คือ ๑.เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ มี ๒ แบบ คือ ๑.เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ เนื้อฝาบาตร หรือเนื้อทองเหลือง พิมพ์มาตรฐาน และ ๒.เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ เนื้อสัมฤทธิ์ พิมพ์ชาวบ้าน ลักษณะเหรียญ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อไปล่ นั่งขัดสมาธิราบ บนฐานชั้นเดียว รูปทรงจอบ มีเส้นโค้งนูน โดยรอบเหรียญ ๒ เส้น ปรากฏรายละเอียดบนใบหน้าพอประมาณ ครองจีวรเห็นรัดประคดชัดเจน ด้านบนเหรียญ มีหูหล่อในตัว ด้านหลังมีอักษรไทยนูนสูง เขียนว่า “ที่ระฤก ๒๔๗๘” หล่อด้วยเนื้อทองเหลือง (ฝาบาตร) เนื้อสัมฤทธิ์ และเนื้อขันลงหิน ๒.เหรียญหล่อพิมพ์รูปไข่ มี ๒ เนื้อ คือเนื้อสัมฤทธิ์ และเนื้อทองเหลือง หรือเนื้อฝาบาตร ลักษณะเหรียญ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อไปล่ นั่งขัดสมาธิราบ บนฐานเขียง เห็นผ้าสังฆาฏิและรัดปะคดชัดเจน เป็นเหรียญรูปไข่ มีหูหล่อในตัว ด้านหลังมีอักษรไทยเขียนว่า “ที่ระฤก ๒๔๗๘” มีเรื่องเล่ากันว่า ในวันทำพิธีเททองหล่อเหรียญรุ่นนี้ ปรากฏว่า สายสิญจน์ในพิธีตกลงมาถูกเทียนชัย แต่สายสิญจน์ไม่ไหม้ เป็นที่มหัศจรรย์มาก โดยขณะนั้นท่านกำลังนั่งปรกบริกรรมปลุกเสกด้วยจิตอันเป็นสมาธิแน่วแน่ ๓.เหรียญหล่อพิมพ์ห้าเหลี่ยม วงการเรียกว่า “รุ่นล้างป่าช้า” สร้างในวาระที่ท่านบูรณปฏิสังขรณ์ป่าช้าวัดกำแพง ซึ่งชำรุดเสียหายจากภาวะน้ำท่วม ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธ ประทับนั่งปางมารวิชัย บนฐานบัว ๒ ชั้น อยู่ในซุ้มเรือนแก้ว มีหูหล่อในตัว ด้านหลังมีอักษรขอม แปลเป็นภาษาไทยว่า “สุคโต” และมีตัว “อุ” ด้านบน หล่อด้วยเนื้อสัมฤทธิ์ ๔.เหรียญหล่อพิมพ์เสมา เนื้อสัมฤทธิ์ (มีน้อยมาก) ลักษณะเหรียญ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อไปล่ อยู่ในกรอบรูปเสมา มีห่วงหล่อในตัว ด้านหลังมีทั้งแบบหลังเรียบ และแบบหลังมีอักษรไทย เนื้อสัมฤทธิ์ เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ และ เหรียญหล่อพิมพ์รูปไข่ สร้างในปีเดียวกัน คือ พ.ศ.๒๔๗๘ ในวาระที่ท่านมีอายุครบ ๗๕ ปี โดยทำพิธีหล่อหลายครั้ง ตามความต้องการของลูกศิษย์ที่มาให้ช่างหล่อให้ เล่ากันว่า ช่างหล่อพระเป็นน้องชายแท้ๆ ของหลวงพ่อ หากมีลูกศิษย์นำเนื้อโลหะอะไรมาให้หล่อ ช่างก็จะหล่อให้ตามความประสงค์ และหลวงพ่อจะปลุกเสกให้เป็นคราวๆ ไป (ข้อมูลจากคุณบัณฑิต กรกนก) ส่วน เหรียญหล่อพิมพ์เสมา และ เหรียญหล่อพิมพ์ ๕ เหลี่ยม ไม่แน่ชัดว่า สร้างในปีใด การแจกเหรียญนั้น บางท่านเล่าว่า เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ ท่านไว้แจกผู้ชาย เหรียญหล่อพิมพ์รูปไข่ไว้แจกสตรี ส่วนเหรียญพิมพ์เสมา เนื้อสัมฤทธิ์ สำหรับแจกเด็ก พระพุทธคุณ เหรียญหล่อหลวงพ่อไปล่ ทุกรุ่นทุกพิมพ์ขึ้นชื่อในเรื่องมหาอุด คงกระพันชาตรี และเมตตามหานิยม จนเป็นที่เลื่องลือทั่วไป และเป็นเหรียญหล่อโบราณที่ได้รับความนิยมสูง มีสนนราคาเช่าหาอยู่ที่หลักแสนปลายขึ้นไปจนถึงหลักล้าน โดยได้รับการจัดอันดับ เหรียญแพง ที่ ๒ รองจาก พระหล่อโบราณรูปเหมือน และ เหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่-พิมพ์จอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร


เหลือเวลา
รายการปิดแล้ว!

วันที่เริ่ม August 14, 2022 12:27:06
วันที่ปิดประมูล August 15, 2022 13:20:51
ราคาเปิด219
เพิ่มครั้งละ20
ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี นายบุญสิริ (รังสิต) ,

chutichai11

ผู้เสนอราคาล่าสุด

2499

ราคาล่าสุด


ความคิดเห็นจากผู้ซื้อ


รับพระเรียบร้อยครับ


chutichai11August 25, 2022 02:50:09

ความคิดเห็นจากผู้ขาย


เยียมยอดเสมอครับท่านนี้ ตัวจริง โอนไว มากกกกกกก ขอบคุณครับ


มังกรทองAugust 16, 2022 12:20:20

รายละเอียดเพิ่มเติม

ความเห็นจากเพื่อนสมาชิก

ประวัติการประมูล

ประวัติการเสนอราคา

ชื่อสมาชิก/วันที่เสนอราคา เสนอ

ประวัติการเสนอราคา

เหลือเวลา
รายการปิดแล้ว!


ต้องการเข้าร่วมประมูล !

ท่านต้องเป็นสมาชิกที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น