kookig

ข้อมูลสมาชิก – kookig

เริ่มเป็นสมาชิก: August 26, 2012 14:15:20 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 781 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 4068 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7091584


พระกรุวัดคู้สลอด เนื้อผง จ.พระนครศรีอยุธยา (พิมพ์จันทร์ลอย) ในวงการพระเครื่อง พูดกันเสมอๆ ว่า  " ใครมีพระวัดคู้สลอด ก็เหมือนมีพระหลวงพ่อปาน "  หรือ " หากหาพระหลวงพ่อปานไม่ได้ ก็หาพระวัดคู้สลอด ใช้แทน "  พระกรุวัดคู้สลอด จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเนื้อผง แตกกรุออกมาครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2506 โดยมีคนรู้ว่า มีพระของหลวงพ่อปานสร้างบรรจุไว้ในเจดีย์ จึงลักลอบเปิดกรุ ว่ากันว่ามีจำนวนมากถึง 2 ลำเรือพาย พุทธลักษณะเป็นพระเครื่องพิมพ์พระพุทธทรงสัตว์ ตามแบบพระเครื่องของ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เช่น พิมพ์ทรงไก่ พิมพ์ทรงหนุมาน พิมพ์ทรงครุฑ พิมพ์ทรงเม่น เป็นต้น และยังเพิ่มพิมพ์พิเศษ คือ พิมพ์สมเด็จฐาน 7 ชั้น ซึ่งมีจำนวนน้อยหาได้ยาก และพิมพ์จันทร์ลอย ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก พระกรุนี้ สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2460-2470 โดย พระอาจารย์สมพงษ์ เจ้าอาวาสวัดคู้สลอด ท่านเป็นลูกศิษย์ของ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดยหลวงพ่อปาน ท่านได้มอบผงวิเศษเก่า รวมทั้งผงยันต์เกราะเพชร ที่ท่านเขียนและลบออกจนได้เป็นผงวิเศษ กดพิมพ์เลียนแบบพระเนื้อดินของหลวงพ่อปาน และ เพิ่มพิมพ์พิเศษ คือ พิมพ์สมเด็จฐาน 7 ชั้น และ พิมพ์จันทร์ลอย โดยหลวงพ่อปาน ยังเมตตาปลุกเสกให้อีก สำหรับบล็อกที่ใช้กดพิมพ์ก็เป็นบล็อกเดียวกันกับที่กดพิมพ์พระเนื้อดินของหลวงพ่อปานอีกด้วย เมื่อทำพิธีปลุกเสกแล้ว หลวงพ่อปาน ได้นำพระจำนวนหนึ่งบรรจุลงกรุเจดีย์ในวัดคู้สลอด เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ตามคติความเชื่อแต่โบราณ ส่วนพระอีกจำนวนหนึ่งได้แจกแก่ลูกศิษย์ลูกหา ดังนั้น พระวัดคู้สลอด จึงมีทั้งแบบแห้งมีคราบกรุ และแบบเนื้อผงน้ำมันไม่มีคราบกรุ  ต่อมาหลังจากหลวงพ่อปานบรรจุพระลงกรุเจดีย์วัดคู้สลอดได้ไม่นาน อาจารย์สมพงษ์ ก็สึกออกไปเป็นฆราวาส พร้อมทั้งนำพระวัดคู้สลอดที่ไม่ได้ลงกรุไปด้วยจำนวนหนึ่ง นักเลงพระที่ทราบเรื่องนี้จึงไม่ค่อยนิยมแขวนพระวัดคู้สลอดที่ไม่ได้ลงกรุ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าผ่านพิธีปลุกเสกจากหลวงพ่อปานหรือไม่ แต่สำหรับนักสะสมยังคงเสาะแสวงหาเพื่อการเก็บสะสมกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนเนื้อหามวลสารนั้น แตกต่างกับหลวงพ่อปาน คือ พระเครื่องของหลวงพ่อปาน เป็นเนื้อดิน ส่วนของท่านอาจารย์สมพงษ์ เป็นพระเนื้อผงน้ำมัน ซึ่งพระที่ไม่ได้ลงกรุ ถ้าพระยังไม่ใช้มา หรือผ่านการเก็บมาดี จะมีสีเหลืองอมขาว แต่ถ้าผ่านการใช้มา ผิวจะมันฉ่ำ เนื้อหาแลดูจัด ส่วนพระที่ลงกรุไว้ น้ำมันในเนื้อจะระเหยออกไป ผิวจะแห้งกรอบ เนื้อปริเป็นชั้นๆ ถ้าอยู่ในส่วนที่เปียกชื้นของกรุ ก็จะมีคราบฟูคล้ายฟองเต้าหู้ ผิวกะเทาะ หาสวยสมบูรณ์ยาก ถ้าอยู่ในส่วนที่แห้งของกรุ จะมีคราบกรุสีขาวแห้งสนิท เหมือนเปลือกหนาเคลือบตลอดองค์พระ  ในสมัยก่อนสามารถเช่าหาได้ในราคาถูก จะพบเห็นพระกรุวัดคู้สลอดบนแผงพระมากมาย นักทำพระปลอมนิยมนำมาตำ บดเป็นผง ผสมทำเป็นพระสมเด็จวัดระฆังหรือบางขุนพรหม เนื่องจากผงเก่าได้อายุ ทำให้พระจำนวนมากถูกทำลายไปอย่างน่าเสียดาย  ในด้านพุทธคุณนั้น จัดได้ว่าครบเครื่อง สามารถแขวนบูชาเพื่อหวังพึ่งพาพุทธคุณได้อย่างสนิทใจ อีกทั้งเป็นพระที่อนาคตไกล อีกไม่นานราคาจะต้องขึ้นสูงอย่างแน่นอน เพราะวงการให้ความนิยมเล่นหากันมากขึ้น และขณะนี้ได้ถูกบรรจุเข้าในรายการประกวดพระทุกๆ งาน จนนักสะสมทั้งมือเก่ามือใหม่ต่างเสาะหาเก็บสะสมกันอย่างมาก จนมีการทำพระปลอมออกมาหลอกขายนักสะสมพระเป็นจำนวนมาก บางองค์ปลอมได้ใกล้เคียงของจริงมาก นักสะสมมือใหม่จะต้องระมัดระวังให้ดี ศึกษาเนื้อหาและคราบกรุให้ชำนาญก่อนเช่าหา มิเช่นนั้นท่านอาจตกเป็นเหยื่อนักทำพระปลอมได้ง่ายๆ


เขียนโดย :หมุนจนรวย เจ้าของรายการ December 20, 2016 08:41:00

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์/7088254


         หลวงพ่อเกษม เขมโก เดิมมีนามว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง ประสูติ เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันพุธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ. 131 เป็นบุตรใน เจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) รับราชการเป็นปลัดอำเภอ กับ เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในมหาอำมาตย์โท พลตรีเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย สมัยตอนเด็กๆมีคนเล่าว่าท่านซนมากมีอยู่ครั้งหนึ่งท่านปีนต้นบ่ามั่น(ต้นฝรั่ง)เกิดผลัดตกจนมีแผลเป็นที่ศรีษะ เมื่อท่านอายุได้ 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ซึ่งเป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว 7 วันได้ลาสิกขาและท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่ออายุ 15 ปีและจำวัดอยู่ที่วัดบุญยืน จังหวัดลำปาง ท่านได้ศึกษาด้านพระปรัยัติธรรมจนสามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ในปี พ.ศ. 2474 และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปีถัดมา โดยมี พระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์วิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้รับฉายาว่า "เขมโก" แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม โดยพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ได้ศึกษาภาษาบาลีที่สำนักวัดศรีล้อม ต่อมาได้ย้ายมาศึกษาแผนกนักธรรมที่สำนักวัดเชียงราย            หลวงพ่อเกษม เขมโกสามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก ในปี พ.ศ. 2479 ท่านเรียนรู้ภาษาบาลีจนสามารถเขียนและแปลได้ รวมทั้งสามารถแปลเป็นภาษามคธได้เป็นอย่างดี แต่ท่านไม่ยอมสอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกรูปต่างเข้าใจว่าพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ไม่ต้องการมีสมณะศักดิ์สูง ๆ เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาเท่านั้น เมื่อสำเร็จทางด้านปริยัติธรรมแล้ว ท่านแสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนา จนกระทั่ง ท่านทราบข่าวว่ามีพระเกจิรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนา คือ ครูบาแก่น สุมโน ท่านจึงฝากตัวเป็นศิษย์ ท่านได้ตามครูบาแก่น สุมโน ออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึก จนถึงช่วงเข้าพรรษาซึ่งพระภิกษุจำเป็นต้องยุติการท่องธุดงค์ชั่วคราวท่านจึงต้องแยกทางกับพระอาจารย์ และกลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออก ก็ติดตามอาจารย์ออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา ต่อมา เจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืน มรณภาพลง ทางคณะสงฆ์ได้ประชุมกันเพื่อหาเจ้าอาวาสรูปใหม่และต่างลงความเห็นพ้องต้องกันเก็นควรว่า พระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อท่านได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืน ท่านก็ไม่ยินดียินร้าย แต่ท่านก็ห่วงทางวัดเพราะท่านเคยจำวัดนี้ ท่านเห็นว่าถือเป็นภารกิจทางศาสนาเพราะท่านเองต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่ จึงยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน หลังจากนั้นท่านก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสหลายครั้งเนื่องจากท่านอยากจะออกธุดงค์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้น ท่านจึงออกจากวัดบุญยืนไปที่ศาลาวังทานพร้อมเขียนข้อความลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไว้ด้วย                    หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ท่านได้ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชนชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะของคนในจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ ท่านปฏิบัติศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ติดยึดในกิเลสทั้งปวง หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ถึงแก่พิราลัย ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่สานุศิษย์ทั่วประเทศ ส่วนสรีระของท่านนั้นก็ยังความอัศจรรย์ด้วยเนื่องจากไม่เน่าเปื่อยเหมือนอย่างสังขารทั่วไป ทั้งยังเขียนป้ายบอกผู้ที่มาเคารพสรีระ ท่านด้วยว่าให้พนมมือไหว้ที่หน้าอกเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ต้องกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์อย่างศพของพระเถระทั่วไปนับว่าท่าน นั้นถือสมถะเป็นอย่างมาก


เขียนโดย :INTIME เจ้าของรายการ December 20, 2016 08:38:48

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์/7091436


         หลวงพ่อเกษม เขมโก เดิมมีนามว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง ประสูติ เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันพุธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ. 131 เป็นบุตรใน เจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) รับราชการเป็นปลัดอำเภอ กับ เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในมหาอำมาตย์โท พลตรีเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย สมัยตอนเด็กๆมีคนเล่าว่าท่านซนมากมีอยู่ครั้งหนึ่งท่านปีนต้นบ่ามั่น(ต้นฝรั่ง)เกิดผลัดตกจนมีแผลเป็นที่ศรีษะ เมื่อท่านอายุได้ 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ซึ่งเป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว 7 วันได้ลาสิกขาและท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่ออายุ 15 ปีและจำวัดอยู่ที่วัดบุญยืน จังหวัดลำปาง ท่านได้ศึกษาด้านพระปรัยัติธรรมจนสามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ในปี พ.ศ. 2474 และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปีถัดมา โดยมี พระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์วิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้รับฉายาว่า "เขมโก" แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม โดยพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ได้ศึกษาภาษาบาลีที่สำนักวัดศรีล้อม ต่อมาได้ย้ายมาศึกษาแผนกนักธรรมที่สำนักวัดเชียงราย            หลวงพ่อเกษม เขมโกสามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก ในปี พ.ศ. 2479 ท่านเรียนรู้ภาษาบาลีจนสามารถเขียนและแปลได้ รวมทั้งสามารถแปลเป็นภาษามคธได้เป็นอย่างดี แต่ท่านไม่ยอมสอบเอาวุฒิ จนครูบาอาจารย์ทุกรูปต่างเข้าใจว่าพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ไม่ต้องการมีสมณะศักดิ์สูง ๆ เรียนเพื่อจะนำเอาวิชาความรู้มาใช้ในการศึกษาค้นคว้าพระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดาเท่านั้น เมื่อสำเร็จทางด้านปริยัติธรรมแล้ว ท่านแสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนา จนกระทั่ง ท่านทราบข่าวว่ามีพระเกจิรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนา คือ ครูบาแก่น สุมโน ท่านจึงฝากตัวเป็นศิษย์ ท่านได้ตามครูบาแก่น สุมโน ออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึก จนถึงช่วงเข้าพรรษาซึ่งพระภิกษุจำเป็นต้องยุติการท่องธุดงค์ชั่วคราวท่านจึงต้องแยกทางกับพระอาจารย์ และกลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม พอครบกำหนดออก ก็ติดตามอาจารย์ออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนา ต่อมา เจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัดบุญยืน มรณภาพลง ทางคณะสงฆ์ได้ประชุมกันเพื่อหาเจ้าอาวาสรูปใหม่และต่างลงความเห็นพ้องต้องกันเก็นควรว่า พระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อท่านได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืน ท่านก็ไม่ยินดียินร้าย แต่ท่านก็ห่วงทางวัดเพราะท่านเคยจำวัดนี้ ท่านเห็นว่าถือเป็นภารกิจทางศาสนาเพราะท่านเองต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่ จึงยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญยืน หลังจากนั้นท่านก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสหลายครั้งเนื่องจากท่านอยากจะออกธุดงค์ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้น ท่านจึงออกจากวัดบุญยืนไปที่ศาลาวังทานพร้อมเขียนข้อความลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไว้ด้วย                    หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ท่านได้ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชนชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะของคนในจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ ท่านปฏิบัติศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ติดยึดในกิเลสทั้งปวง หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้ถึงแก่พิราลัย ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่สานุศิษย์ทั่วประเทศ ส่วนสรีระของท่านนั้นก็ยังความอัศจรรย์ด้วยเนื่องจากไม่เน่าเปื่อยเหมือนอย่างสังขารทั่วไป ทั้งยังเขียนป้ายบอกผู้ที่มาเคารพสรีระ ท่านด้วยว่าให้พนมมือไหว้ที่หน้าอกเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ต้องกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์อย่างศพของพระเถระทั่วไปนับว่าท่าน นั้นถือสมถะเป็นอย่างมาก


เขียนโดย :INTIME เจ้าของรายการ December 20, 2016 08:38:18


ลงใหม่ครับ เหรียญในหลวง รัชกาลที่9 รุ่นคุ้มเกล้า เนื้อนวะโลหะ พิมพ์ใหญ่ ปี2522


เขียนโดย :picknakub เจ้าของรายการ December 20, 2016 01:14:05

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อชิน/7074574


ปลอดหน้าม้าเหมือนเดิมครับ ไม่มีคนช่วยเคาะให้ขึ้นหน้า1ครับ หายากครับกรุนี้ไม่หักซ่อมครับ


เขียนโดย :tawee_si เจ้าของรายการ December 14, 2016 12:46:39

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7069989


พระแท้ดูง่าย สุดยอดพระพุทธคุณครับ หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพธิ์,ท่านเจ้าคุณศรี(สนธิ์)วัดสุทัศน์,หลวงพ่อจงวัด หน้าต่างนอกและเกจิดังๆร่วมปลุกเสกให้ครับ น่าเก็บเอาไว้ใช้ติดตัวสักองค์นึงครับ ของหายากและพระพุทธคุณดีๆเช่นองค์นี้ครับ ส่งออกบัตรรับรองให้พี่เรียบร้อยแล้วครับ รับประกันตามกฏครับ


เขียนโดย :เทพอมร เจ้าของรายการ December 13, 2016 05:50:35

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุด-จ.นครปฐม/7054704


สวยดำรุ้งบล็อก 2 ขีด สวยเดิมๆๆๆแท้ดูง่ายครับผม


เขียนโดย : D.R.SIN เจ้าของรายการ December 12, 2016 12:45:37

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/7046960



เขียนโดย :chettsongpra เจ้าของรายการ December 03, 2016 16:09:26

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/7027772


พระนางพญาหลวงปู่โต๊ะ พิมพ์มีหน้าตา ปี2474 เนื้อดิน มีบัตรรับรอง พระราชสังวราภิมณฑ์ หรือ หลวงปู่โต๊ะ อินทสุวัณโณ พระผู้ทรงบารมีธรรม ด้วยปฏิปทาและจริยาวัตรอันงดงาม ท่านมีคนเคารพนับถือมากทั้งผู้ที่ถือเพศบรรพชิตและคฤหัสถ์ทั่วประเทศตั้งแต่พระประมุขของประเทศจนถึงชนชั้นสามัญชนคนธรรมดาทั่วไป ตลอดชีวิตของท่านได้ถือปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัดไม่มีด่างพร้อยใดเลย ด้วยปฏิปทาและจริยาวัตรอันงดงามของหลวงปู่แทบจะไม่มีข้อสงสัยใดๆเลยว่าหลวงปู่ตั้งอยู่ในภูมิธรรมชั้นใด ทางด้านเวทมนต์และคาถาอาคมนั้นหลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมและจิตญานสูง มีคำบอกเล่าจากศิษย์ใกล้ชิดว่าเมื่อหลวงปู่ร่วมพิธีพุทธาภิเศกร่วมกับพระเกจิอาจารย์ท่านอื่น เพียงแค่จับสายสิญจน์หลวงปู่ท่านก็จะรู้ได้ทันทีว่าพระเกจิท่านใดมีพลังจิตสูงเพียงใด หลังพิธีพุทธาเศกหลวงปู่ก็จะตามไปศึกษาและแลกเปลี่ยนวิชาอาคมเพิ่มเติมจากพระเกจิท่านนั้น พระเครื่องของท่านนั้นเป็นที่นิยมเสาะหากันมากในหมู่ลูกศิษย์และประชาชนทั่วไป เนื่องด้วยปฏิปทาและจริยาวัตรอันงดงาม ของหลวงปู่แล้ว อีกอย่างหนึ่งคือพุทธคุณที่เห็นเด่นชัดเห็นผลเร็วทันตา โดยเฉพาะทางด้านโชคลาภ ค้าขาย เมตตามหานิยม นางพญาเนื้อดิน พ.ศ 2474 จัดเป็นพระยุคแรก ๆ ของหลวงปู่ซึ่งในสมัยก่อนหลวงปู่ได้ลบผงพุทธคุณไว้จำนวนหนึ่งและหลวงปู่ได้นำผงพุทธคุณนี้ไปสร้าง 13 พิมพ์แรกของหลวงปู่ที่เหลือส่วนหนึ่งหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญได้นำไปสร้างพระผงของขวัญจนเป็นที่โด่งดัง และส่วนหนึ่งหลวงปู่ก็ได้นำมาสร้างพระนางพญา พระสวย แท้ และปีลึกขนาดนี้ น่าสะสมบูชาครับ พระนางพญาเนื้อดิน หลวงปู่โต๊ะมี 4 พิมพ์  1.พิมพ์มีหน้ามีตา 2.พิมพ์เทวดา 3.พิมพ์อกนูน 4.พิมพ์สังฆาฏิ หลวงปู่ท่านได้เคยแจกพระชุดนี้กับมือ ให้กับลูกศิษย์ ตัวอย่างเช่น ท่านผู้การ ถนอม หงส์ทอง ซึ่งเป็นโยมอุปัฎฐากเก่าแก่ได้ติดตามหลวงปู่ตั้งแต่เป็นเด็กหิ้วปิ่นโตให้ หลวงปู่ก็ยังได้รับพระนางพญาชุดนี้จากหลวงปู่ และก็อาราธนาขึ้นคอมาถึงทุกวันนี้


เขียนโดย :X-MEN เจ้าของรายการ November 26, 2016 11:08:06

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระหล่อ-รูปเหมือนปั้ม/7020754


พระสวยดูง่ายประกันพระแท้ตลอดชีพ 


เขียนโดย :pittavas เจ้าของรายการ November 26, 2016 07:49:29

หน้าที่ :  205