เมนูหลัก

วิรัช

ข้อมูลสมาชิก – วิรัช

เริ่มเป็นสมาชิก: July 22, 2012 12:43:16 , สถานะ: ปกติ , ตั้งประมูล: 0 รายการ , รายการที่ยังไม่ปิด: 0 รายการ , คำชม: 96 รายการ , คำติ: 0 รายการ

ประวัติ Feedback


ขอขอบคุณท่านที่มาอุดหนุนครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ February 13, 2018 03:44:16

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุด-จ.นครปฐม/4901942140600320


+1 Auto Feedback


เขียนโดย :แตงโมจินตหรา เจ้าของรายการ December 14, 2017 15:17:01

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระสมเด็จทั่วไป/5296244834435072


+1 Auto Feedback


เขียนโดย :The Big เจ้าของรายการ December 09, 2017 17:07:00


+1 Auto Feedback


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ November 17, 2017 08:14:00


+1 Auto Feedback


เขียนโดย :The Big เจ้าของรายการ October 10, 2017 11:03:00

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคใต้/4747889582538752


+1 Auto Feedback


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ September 03, 2017 10:52:00


+1 Auto Feedback


เขียนโดย :X-MEN เจ้าของรายการ August 22, 2017 04:30:00

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7441895


+1 Auto Feedback


เขียนโดย :The Big เจ้าของรายการ August 03, 2017 07:10:00

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7441892


+1 Auto Feedback


เขียนโดย :The Big เจ้าของรายการ August 03, 2017 07:10:00

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/5955653176655872


เครดิตดีเยี่ยม ขอบคุณมากครับ จัดส่งให้แล้วครับ


เขียนโดย :ศรศิลป์ เจ้าของรายการ July 25, 2017 05:24:01


ขอบคุณค่ะ :)


เขียนโดย :แตงโมจินตหรา เจ้าของรายการ July 24, 2017 11:02:45


ขอบคุณค่ะ :)


เขียนโดย :แตงโมจินตหรา เจ้าของรายการ July 24, 2017 11:00:41

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/7438162


ขอบคุณค่ะ :)


เขียนโดย :แตงโมจินตหรา เจ้าของรายการ July 24, 2017 10:59:16


เยี่ยมครับ


เขียนโดย :มังกรทอง เจ้าของรายการ July 20, 2017 05:03:22

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคตะวันออก/6077510794084352


โอนเร็วมากครับ RL 5782 2114 0 TH ขอขอบคุณท่านที่มาอุดหนุนครับ โอกาศหน้ามาร่วมใหม่นะครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ May 27, 2017 04:34:21


ขอบคุณครับ (auto feedback)


เขียนโดย :KKR เจ้าของรายการ May 06, 2017 12:20:10

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อชิน/7246789


พระนารายณ์ทรงปืน เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี พระสมบูรณ์ ไม่มีซ่อม ไม่มีแต่ง หายากๆๆๆครับ   องค์นี้รับรองความสบายใจด้วยใบเซอร์สมาคมและบัตรรับประกันจากเวปดีดี   ประสบการณ์สุดเหนียว ขึ้นชื่อมาแต่โบราณ นานๆๆๆจะเจอสักองค์ครับ   ปิดวัดใจ รับประกันพระแท้ตามหลักสากล สบายใจได้ครับ  


เขียนโดย :ping เจ้าของรายการ February 24, 2017 06:44:02


เหรียญหลวงพ่อวัดเขาตะเครา เพชรบุรี ปี๒๕๑๖ เนื้อกะไหล่ทอง ...สร้างเป็นที่ระลึก ในหลวงทรงเสด็จพระราชดำเนินเททอง... ออกเเบบงดงาม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเพชรครับ...  ..พระเกจิเมืองเพชร ร่วมพิธีหลายท่าน...ลพ.แดง วัดเขาบันไดอิฐ...ลพ.อุ้น วัดตาลกง..ลพ.แล วัดพระทรง...ฯลฯ.    สุดยอดพิธีใหญ่ หายาก พร้อมบัตรรับรอง สวยเดิม


เขียนโดย :X-MEN เจ้าของรายการ November 12, 2016 07:20:18

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6899016


พิธีพุทธาภิเษก :         ได้มีการจัดพิธีตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำโดยได้มีการอัญเชิญองค์พระแก้วมรกตจำลองสู่โรงพิธี  จากนั้นพระสงฆ์ ๗ รูปเจริญพระพุทธมนต์เย็น  พอตะวันตกดิน พระสงฆ์เริ่มสวดพุทธาภิเษก คณาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษนั่งปรกปลุกเสกตลอด ๗ คืน หลังจากนั้น  พอขึ้น ๑๔ ค่ำก็สวดเดินธาตุและสวดญัตติตามคัมภีร์โบราณก่อนจะนำออกให้ชาวบ้านญาติโยม บูชาต่อไป       อนึ่ง ก่อนหน้านั้น  ทางวัดได้อาราธนาหลวงพ่อผู้เป็นที่ยอมรับนับถือของคนไทยทั้งประเทศในสมัย นั้น ๗ องค์มาร่วมทำการปลุกเสกอันได้แก่ :-      ๑.หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก  จ.อยุธยา      ๒.หลวงปู่คำมี  วัดถ้ำคูหาสวรรค์  จ.ลพบุรี      ๓.หลวงพ่อชม วัดตลุก จ.ชัยนาท      ๔.หลวงพ่อมี วัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี      ๕.หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว จ.สิงห์บุรี      ๖.หลวงพ่อโสภิตธรรมสาส์น วัดรัมภาราม จ.ลพบุรี      ๗.หลวงพ่อสมดี จ.สิงห์บุรี      เมื่อสร้างและทำพิธีปลุกเสกเสร็จสมบูรณ์แล้ว   ทางวัดก็ได้มอบพระสมเด็จพุทธภูมิและพระสมเด็จกำ แพงแก้วให้แก่พระเกจิอาจารย์ทั้ง ๗ รูปไปจำนวนหนึ่ง  ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ามากน้อยเท่าใด  แต่โดยเฉพาะหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกนั้น  น่าจะได้มากกว่าเกจิอาจารย์รูปอื่น ๆ   เนื่องจากปรากฎภายหลังว่าหลวงพ่อจงท่านได้นำเอาพระสมเด็จกำแพงแก้วแจกแก่ ลูกศิษย์ลูกหาไปจำนวนหนึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว   และภายหลังปรากฎว่าพระสมเด็จทีแจกไปนั้น  เป็นที่นิยมศรัทธาอย่างสูง  โดยผู้ที่ได้รับแจกต่างพากันเข้าใจไปว่าเป็นพระสมเด็จสร้างโดยหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ทั้งแท้ที่จริงแล้วเป็นของวัดรัมภารามนั่นเอง


เขียนโดย :nat ko เจ้าของรายการ October 09, 2016 01:49:18

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6483809


ประวัติหลวงพ่อแฉ่ง ศิลปัญญา วัดศรีรัตนาราม (บางพัง) อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลวง พ่อแฉ่ง เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๘ ธ.ค. ๒๔๒๘ ตรงกับขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือนอ้าย เป็นบุตรของนายสิน นางขลิบ รัตนบุญสิน บรรพชาเมื่อ อายุ ๑๒ ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ หลวงพ่อแฉ่ง เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความสำคัญในอดีต ด้วยความที่มีอาคมขลัง มีพลังทางจิตแก่กล้ายิ่ง เป็นพระปฏิบัติเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐานในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ และเป็นผู้คงแก่เรียนจนทำให้ชื่อเสียงระบือไกล หลวงพ่อแฉ่ง เป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคมขลังมาจากเกจิชื่อดังต่าง ๆ หลายรูปและได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชามาอย่างหมดใส้หมดพุง ทั้ง หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย (คลองด่าน) หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน หลวงปู่ฉาย วัดพนัญเชิง คณาจารย์สาย หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เป็นต้น อย่างไรก็ตามหลวงพ่อแฉ่งให้ความเคารพ นับถือ หลวงพ่อปานวัดบางนมโค จ.อยุธยา มากเป็นพิเศษ ในฐานะลูกศิษย์และสหายธรรมรุ่นน้อง จึงได้รับอิทธิพลพระพิมพ์ทรงสัตว์ต่าง ๆ มาจากหลวงพ่อปานด้วย ซึ่งท่านได้นำมาพิมพ์แจกจ่ายญาติโยม ได้รับความนิยมเช่าบูชากันมาก สมัยหลวงพ่อแฉ่งยังมีชีวิตอยู่ วัดบางพังในอดีตคึกคักกว่าวัดอื่น ๆ ในระแวกใกล้เคียง แต่ละวันมีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางมาจากถิ่นต่าง ๆ มาฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชากับหลวงพ่อแฉ่งจนรับไม่หวาดไหว บางคนก็มาขอวัตถุมงคล บางคนก็มารักษาโรค บางคนก็มาปรึกษาขอความช่วยเหลือสารพัด เพราะทุกคนเชื่อมั่นว่าหลวงพ่อแฉ่งท่านช่วยได้ ผู้ที่ไปขอเรียนคาถา อาคม หลวงพ่อแฉ่งจะให้หัดนั่งสมถวิปัสนากรรมฐานก่อน เมื่อเห็นว่าพอไปได้ จึงจะให้รับนิสัยธรรมข้อหนึ่งที่หลวงพ่อจะอบรมสั่งสอนให้จำขึ้นใจ (เข้าใจว่าเป็นคุณธรรมประจำใจหรือธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง) จากนั้นจึงจะบอกตัวคาถาและเคล็ดวิชาต่าง ๆ ให้ การเรียนวิชาอาคมจากหลวงพ่อแฉ่ง ท่านสอนยศิษย์ทั้งเรียนผูกและเรียนแก้ เพื่อป้องกันแก้ไขและช่วยเหลือคนที่มีทุกข์ถูกคุณไสยให้พ้นภัย เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว หลวงพ่อแฉ่ง มรณภาพ วันที่ ๒๖ ก.ค. ๒๕๐๐ รวมสิริอายุ ๗๒ ปี ๕๒ พรรษา สังขารของท่าน สมเด็จพระสังฆราช (จวน) วัดมกุฎกษัตริยาราม โปรดให้เคลื่อนไป พระราชทานเพลิงอย่างสมเกียรติ เมื่อ ๑๑ พ.ค. ๒๕๐๑ ณ วัดมกุฎกษัตริยาราม กรุงเทพฯ โดยในงานศพของหลวงพ่อแฉ่ง มีการปั้มเหรียญรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดพิมพ์ ๔ ชายแจกเป็นที่ระลึกด้วย ประวัติวัดศรีรัตนาราม (บางพัง) วัดศรีรัตนาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันทั่วไปว่า “วัดบางพัง” ตั้งอยู่ เลขที่ ๓๙ บ้านคลองบางพัง ซอยสวัสดี หมู่ที่ ๒ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สังกัดมหานิกาย เป็นวัดโบราณสร้างครั้งสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวปี พ.ศ. ๒๓๐๕ ไม่ทราบนามผู้สร้างชัดเจน ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดบางพัง” ตามท้องที่ที่ตั้งไว้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี สาเหตุที่ชื่อวัดบางพังนั้นผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า เพราะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยากัดเซาะพื้นดินริมตลิ่งแถบบริเวณนั้นพังมากเป็น บริเวณกว้างมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว จึงได้เรียกกันว่าตลิ่งพังแล้วและกลายมาเป็นบางพังในที่สุด วัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีทางรถยนต์ตัดเข้าถึงวัดทำให้การคมนาคมไปมาหาสู่กันสะดวกมากขึ้น วัตถุมงคลของหลวงพ่อแฉ่ง หลวงพ่อแฉ่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพัง นับเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังผู้ทรงพุทธาคมรูปหนึ่งในอดีต ในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลดัง ๆ เช่น พิธีที่วัดราชบพิธ พ.ศ. ๒๔๘๑ พิธีพุทธภิเษกพระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ ในการพุทธาภิเษกพระกริ่งในเจ้าคุณศรีฯ วัดสุทัศน์ จะต้องนิมนต์พระหลวงพ่อแฉ่งร่วมปลุกเสกทุกครั้ง วัตถุมงคลหลวงพ่อ แฉ่งมีมากมาย ทั้งพระเนื้อผงพิมพ์ทรงสัตว์ต่าง ๆ มีหลายประเภททั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์สามเหรียญ เนื้อผง พระรอด ตะกรุด ผ้ายันต์ธง ทรายเสก พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ พระประจำวัน นางกวัก พระพุทธกวัก สามเหลี่ยม พระสิวลีชนิดบูชา-คล้องคอ เนื้อหามีทั้ง ดิน ผงน้ำมัน ผงพุทธคุณ แต่ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ คือ ชนิดผงน้ำมัน เพราะเนื้อหาดูง่าย  พระเเท้ เริ่มหายาก องค์นี้ดูง่าย ผิวเดิมมาก พระดีมีประสบการณ์มาก รับประกันเเท้ตามกฏ  


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ June 17, 2016 17:00:05

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6483948


ประวัติหลวงพ่อแฉ่ง ศิลปัญญา วัดศรีรัตนาราม (บางพัง) อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลวง พ่อแฉ่ง เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๘ ธ.ค. ๒๔๒๘ ตรงกับขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือนอ้าย เป็นบุตรของนายสิน นางขลิบ รัตนบุญสิน บรรพชาเมื่อ อายุ ๑๒ ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ หลวงพ่อแฉ่ง เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความสำคัญในอดีต ด้วยความที่มีอาคมขลัง มีพลังทางจิตแก่กล้ายิ่ง เป็นพระปฏิบัติเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐานในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ และเป็นผู้คงแก่เรียนจนทำให้ชื่อเสียงระบือไกล หลวงพ่อแฉ่ง เป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคมขลังมาจากเกจิชื่อดังต่าง ๆ หลายรูปและได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชามาอย่างหมดใส้หมดพุง ทั้ง หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย (คลองด่าน) หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน หลวงปู่ฉาย วัดพนัญเชิง คณาจารย์สาย หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เป็นต้น อย่างไรก็ตามหลวงพ่อแฉ่งให้ความเคารพ นับถือ หลวงพ่อปานวัดบางนมโค จ.อยุธยา มากเป็นพิเศษ ในฐานะลูกศิษย์และสหายธรรมรุ่นน้อง จึงได้รับอิทธิพลพระพิมพ์ทรงสัตว์ต่าง ๆ มาจากหลวงพ่อปานด้วย ซึ่งท่านได้นำมาพิมพ์แจกจ่ายญาติโยม ได้รับความนิยมเช่าบูชากันมาก สมัยหลวงพ่อแฉ่งยังมีชีวิตอยู่ วัดบางพังในอดีตคึกคักกว่าวัดอื่น ๆ ในระแวกใกล้เคียง แต่ละวันมีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางมาจากถิ่นต่าง ๆ มาฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชากับหลวงพ่อแฉ่งจนรับไม่หวาดไหว บางคนก็มาขอวัตถุมงคล บางคนก็มารักษาโรค บางคนก็มาปรึกษาขอความช่วยเหลือสารพัด เพราะทุกคนเชื่อมั่นว่าหลวงพ่อแฉ่งท่านช่วยได้ ผู้ที่ไปขอเรียนคาถา อาคม หลวงพ่อแฉ่งจะให้หัดนั่งสมถวิปัสนากรรมฐานก่อน เมื่อเห็นว่าพอไปได้ จึงจะให้รับนิสัยธรรมข้อหนึ่งที่หลวงพ่อจะอบรมสั่งสอนให้จำขึ้นใจ (เข้าใจว่าเป็นคุณธรรมประจำใจหรือธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง) จากนั้นจึงจะบอกตัวคาถาและเคล็ดวิชาต่าง ๆ ให้ การเรียนวิชาอาคมจากหลวงพ่อแฉ่ง ท่านสอนยศิษย์ทั้งเรียนผูกและเรียนแก้ เพื่อป้องกันแก้ไขและช่วยเหลือคนที่มีทุกข์ถูกคุณไสยให้พ้นภัย เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว หลวงพ่อแฉ่ง มรณภาพ วันที่ ๒๖ ก.ค. ๒๕๐๐ รวมสิริอายุ ๗๒ ปี ๕๒ พรรษา สังขารของท่าน สมเด็จพระสังฆราช (จวน) วัดมกุฎกษัตริยาราม โปรดให้เคลื่อนไป พระราชทานเพลิงอย่างสมเกียรติ เมื่อ ๑๑ พ.ค. ๒๕๐๑ ณ วัดมกุฎกษัตริยาราม กรุงเทพฯ โดยในงานศพของหลวงพ่อแฉ่ง มีการปั้มเหรียญรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดพิมพ์ ๔ ชายแจกเป็นที่ระลึกด้วย ประวัติวัดศรีรัตนาราม (บางพัง) วัดศรีรัตนาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันทั่วไปว่า “วัดบางพัง” ตั้งอยู่ เลขที่ ๓๙ บ้านคลองบางพัง ซอยสวัสดี หมู่ที่ ๒ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สังกัดมหานิกาย เป็นวัดโบราณสร้างครั้งสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวปี พ.ศ. ๒๓๐๕ ไม่ทราบนามผู้สร้างชัดเจน ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดบางพัง” ตามท้องที่ที่ตั้งไว้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี สาเหตุที่ชื่อวัดบางพังนั้นผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า เพราะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยากัดเซาะพื้นดินริมตลิ่งแถบบริเวณนั้นพังมากเป็น บริเวณกว้างมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว จึงได้เรียกกันว่าตลิ่งพังแล้วและกลายมาเป็นบางพังในที่สุด วัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีทางรถยนต์ตัดเข้าถึงวัดทำให้การคมนาคมไปมาหาสู่กันสะดวกมากขึ้น วัตถุมงคลของหลวงพ่อแฉ่ง หลวงพ่อแฉ่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพัง นับเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังผู้ทรงพุทธาคมรูปหนึ่งในอดีต ในพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลดัง ๆ เช่น พิธีที่วัดราชบพิธ พ.ศ. ๒๔๘๑ พิธีพุทธภิเษกพระเครื่อง ๒๕ พุทธศตวรรษ ในการพุทธาภิเษกพระกริ่งในเจ้าคุณศรีฯ วัดสุทัศน์ จะต้องนิมนต์พระหลวงพ่อแฉ่งร่วมปลุกเสกทุกครั้ง วัตถุมงคลหลวงพ่อ แฉ่งมีมากมาย ทั้งพระเนื้อผงพิมพ์ทรงสัตว์ต่าง ๆ มีหลายประเภททั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์สามเหรียญ เนื้อผง พระรอด ตะกรุด ผ้ายันต์ธง ทรายเสก พระกริ่ง พระชัยวัฒน์ พระประจำวัน นางกวัก พระพุทธกวัก สามเหลี่ยม พระสิวลีชนิดบูชา-คล้องคอ เนื้อหามีทั้ง ดิน ผงน้ำมัน ผงพุทธคุณ แต่ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ คือ ชนิดผงน้ำมัน เพราะเนื้อหาดูง่าย  พระเเท้ เริ่มหายาก องค์นี้แท้ดูง่าย ผิวเดิมมาก พระดีมีประสบการณ์มาก  พระมีในงานประกวดแล้ว ประวัติชัดเจน รับประกันเเท้ตามกฏ  


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ June 17, 2016 17:00:04

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/6324306


สุดพระประสบการณ์ครอบจักรวาล ตัวจริง หายากสุดๆ   เเท้ๆราคาทะลุ 2 หมื่น ส่วนมากจะโชร์ พร้อมบัตรรับรอง เก่า เเท้ ต้องเนื้อจัดๆเเบบนี้ครับ รับประกันเเท้ตามกฏ


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ April 22, 2016 15:25:05


ส่วนราคา ท่านเป็นผู้กำหนดเองครับ  *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ บริหารงานโดย พันธุ์ทิพย์ ครับ ชื่อนี้ ไม่มีผิดหวัง รายการวัดใจ มีเรื่อยๆ ฝาก คลิ๊ก !!  หลังชื่อด้วยนะครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ March 24, 2016 10:12:08

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคเหนือ/6306961


@@@ ถูกกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว @@@ เหรียญหลวงพ่อเกษม รุ่นเสาร์ห้ามหาลาภ ปี 2537 พร้อมบัตรรับรอง ส่วนราคา ท่านเป็นผู้กำหนดเองครับ  *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ บริหารงานโดย พันธุ์ทิพย์ ครับ ชื่อนี้ ไม่มีผิดหวัง รายการวัดใจ มีเรื่อยๆ ฝาก คลิ๊ก !!  หลังชื่อด้วยนะครับ  


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ March 24, 2016 10:12:00


@@@ ถูกกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว @@@ เหรียญหลวงพ่อเกษม รุ่นเสาร์ห้ามหาลาภ ปี 2537 พร้อมบัตรรับรอง ส่วนราคา ท่านเป็นผู้กำหนดเองครับ  *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ บริหารงานโดย พันธุ์ทิพย์ ครับ ชื่อนี้ ไม่มีผิดหวัง รายการวัดใจ มีเรื่อยๆ ฝาก คลิ๊ก !!  หลังชื่อด้วยนะครับ  


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ March 24, 2016 10:11:53

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคเหนือ/6306959


@@@ ถูกกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว @@@ เหรียญหลวงพ่อเกษม รุ่นเสาร์ห้ามหาลาภ ปี 2537 พร้อมบัตรรับรอง ส่วนราคา ท่านเป็นผู้กำหนดเองครับ  *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ บริหารงานโดย พันธุ์ทิพย์ ครับ ชื่อนี้ ไม่มีผิดหวัง รายการวัดใจ มีเรื่อยๆ ฝาก คลิ๊ก !!  หลังชื่อด้วยนะครับ  


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ March 24, 2016 10:11:40


ส่วนราคา ท่านเป็นผู้กำหนดเองครับ  *** จัดส่งพระตามรูป รับประกันตามกฎเวป *** ผู้ชนะการประมูลโอนเงินแล้วรบกวนฝากข้อความในกล่องข้อความหรือโทร.แจ้งก็ได้นะครับ บริหารงานโดย พันธุ์ทิพย์ ครับ ชื่อนี้ ไม่มีผิดหวัง รายการวัดใจ มีเรื่อยๆ ฝาก คลิ๊ก !!  หลังชื่อด้วยนะครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ March 24, 2016 10:11:32

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/6156977


  พระเดชพระคุณหลวงปู่ดูลย์ อตุโล พระสุปฏิปันโนผู้มีโวหารธรรมอันแหลมคม  เป็นเหมือนพี่ชายใหญ่ในสายกรรมฐานของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทฺตโต  ท่านเป็นสหธรรมิกกับท่านพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม         ท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยเยือกเย็น พูดแต่น้อย รักความสงบเป็นนิตย์ จิตใจใฝ่ในความวิเวกมาก จะเห็นได้ว่าท่านชอบสวดมนต์บท  "อรญฺเญ รุกฺขมูเล วา สุญฺญาคาเร วา ภิกฺขโว..."  แปลความว่า  "ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงยินดีการอยู่อาศัยในป่า ในโคนไม้ หรือว่าในเรือนว่าง..."  เมื่อหวงปู่ดุลย์นำข้อธรรมที่รู้เห็นไปกราบเรียน ท่านพระอาจารย์มั่นได้กล่าวยกย่องว่า  "ถูกต้องดีแล้ว เอาตัวรอดได้แล้ว นับว่าไม่ถอยหลังอีกแล้ว ขอให้ดำเนินตามปฏิปทานี้ต่อไป"  และท่านพระอาจารย์มั่นได้กล่าวสรรเสริญให้ปรากฏต่อศิษย์ทั้งหลายว่า  "ท่านดูลย์...นี้เป็นผู้มีความสามารถอย่างยิ่ง สามารถมีสานุศิษย์และผู้ติดตามมาประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก"            ท่านเกิดเมื่อวันอังคารที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๑ ตรงกับวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีชวด ณ บ้านปราสาท ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นบุตรของนายแดง และนางเงิน ดีมาก          ปีพุทธศักราช ๒๔๕๓ อายุ ๒๒ ปี อุปสมบทฝ่ายพระมหานิกาย ณ พัทธสีมา วัดจุมพลสุทธาวาส จังหวัดสุรินทร์ โดยมีพระครูวิมลศีลพรต (ทอง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูบึก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูฤทธิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์             เมื่อบวชแล้ว ได้ฝึกกรรมฐานกับพระอาจารย์ โดยจุดเทียนขึ้น ๕ เล่ม แล้วนั่งบริกรรมว่า  "ขอเชิญปีติทั้ง ๕ จงมาหาเรา"  ท่านเพียรอยู่ตลอดแต่ไม่ปรากฏผลอันใดเลย          วันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ เมื่อท่านอายุ ๓๐ ปี ได้เข้าญัตติเป็นคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ณ วัดสุทัศนาราม จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพระมหารัฐ รฏฺฐปาโล เป็นพระอุปัชฌาย์ พระศาสนดิลก เป็นพระกรรมวาจาจารย์                                             รูปเหมือนหลวงปู่ดูลย์ อตุโล            ครั้นออกพรรษาแรก ท่านกับพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม ได้พากันไปฟังธรรมเทศนาจากท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ที่วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เกิดความเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง ซาบซึ้งถึงใจในคำพูดของท่านพระอาจารย์มั่น แต่ละคำมีวินัยแปลกดี ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน จึงเพิ่มความสนใจ ใคร่ประพฤติปฏิบัติทางธุดงค์กัมมัฏฐานมากยิ่งขึ้นทุกที          ครั้นออกพรรษาแล้วท่านได้ติดตามท่านพระอาจารย์มั่นออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ  ได้ปรารภความเพียรอย่างอุกฤษฏ์แรงกล้าจนแสงแห่งพระธรรมบังเกิดขึ้น          ปีพุทธศักราช ๒๔๖๓ ได้ออกธุดงค์ตามหาท่านพระอาจารย์มั่นไปจนถึงบ้านม่วงไข่ ได้แวะที่วัดโพธิ์ชัย พบท่านอาญาคูดี พระอาจารย์กู่ และพระอาจารย์ฝั้น ได้ออกธุดงค์ติดตามจนพบท่านพระอาจารย์มั่น ที่บ้านตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร                                                   อัฐิธาตุหลวงปู่ดูลย์ อตุโล                                                   อัฐิธาตุและพระธาตุหลวงปู่ดูลย์ อตุโล     พระเเท้หายาก  พระดี ประสบการณ์สูง พร้อมบัตรรับรอง


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ February 05, 2016 14:17:26

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/6102887


พรหมของหลวงพ่อชำนาญจะมีอานุภาพเป็นพระพรหมไม่ไช้เป็นพระเครื่องทั่วไป มีอานุภาพ ดังการเป่ายันต์ 4 อย่าง 1. เป็นเลิศ ทาง “เมตตามหานิยม ” เป็นที่สุด เจ้านายลูกน้องเห็นหน้าเป็นต้องมนต์สะกด เจอหน้าใครมีแต่ความรักให้ 2. แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง กันภัย กันคุณไสย กันผี ลมเพลมพัด อาถรรพ์ต่างๆ 3. เงิน ทอง เร่งโชคลาภให้ไหลมาเทมาง่ายไม่ติดขัด การงานธุรกิจเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายดี เป็นเศรษฐี 4. แก้ดวงไม่ดี ดวงตก ทุกข์โทษภัยจากดวงดาว ราศี พระราหู และ เบญจเพศด้วย หลวงพ่อชำนาญท่านสร้างพระพรหมพิมพ์นี้เป็นพระพรหมกรอบกระจก(เหมือนกรอบรูป)ด้านล่างเป็นพระราหู เรียกว่า “พระพรหมสยบพระราหู” หมายถึงพระพรหมมีอำนาจข่มดวงดาว ราศี สิ่งอัปมงคล อาถรรพ์ ทั้งปวง เสริมดวง บารมี เเก้ปีชง สวยเดิมมากๆ พร้มซองเดิม ปี 2551 หายาก ตอกโค๊ต


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ January 22, 2016 02:32:38

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/เครื่องราง-ล็อกเก็ต/6094309


ผ้ายันต์พัดโบกหลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า รุ่นสรงน้ำ หลังปั๊มยันต์   มีเลขกำกับ   หายาก พร้อมบัตรรับรอง


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ January 22, 2016 02:26:49

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อดิน/5940705


พระขุนแผน หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ สุพรรณบุรี กรุวัดโบสถ์เก่า พิมพ์ใหญ่ ปี 2482  เนื้อดินมีเเร่ ตามสูตร หายาก    รับประกันตามกฏ      


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ December 12, 2015 03:59:51

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/5816587


ภาพที่หลวงพ่อคูณ ท่านนมัสการ หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง   หลวงพ่อทองดำ วัดท่าทอง จ.อุตรดิตถ์ รุ่นเสาร์ ๕๙๕ พิธีพุทธาภิเษก ครั้งที่ 1 เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2536 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 12-15 เมษายน 2536 มีทั้งหมด 15 พิมพ์     ประวัติ หลวงปู่ทองดำ  หลวงปู่ทองดำ นามเดิมชื่อ ทองดำ เม่นพริ้ง เกิดวันพุธ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 พ.ศ. 2441 ที่บ้านไซโรงโขน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร บิดาชื่อ นายบุญนาค มารดาชื่อ นางจ่าย เม่นพริ้ง ยึดอาชีพล่องเรือค้ายาสูบเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เมื่อเจริญวัยอายุพอสมควรก็เริ่มศึกษาที่วัดท่าทอง จ.อุตรดิตถ์ กับพระอาจารย์โต เจ้าอาวาสวัดท่าทอง (สมัยนั้น) จนสามารถอ่านออกเขียนได้และติดตามบิดามารดาล่องเรือค้าขายยาสูบระหว่างอุตรดิตถ์ พิจิตรและนครสวรรค์ ระหว่างล่องเรือนั้นเองบิดาพาไปฝากเป็นเด็กวัดเรียนหนังสือกับ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน อริยสงฆ์แห่งเมืองพิจิตร  จนเก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มเติมได้พอสมควรก็กลับมาช่วยบิดามารดาค้าขายและทำไร่ ทำนา ทำสวน จนอายุครบเกณฑ์ทหารได้รับคัดเลือกเป็นทหารรับใช้ชาติ 2 ปี เมื่อปลดประจำการอายุ 22 ปี ก็อุปสมบท ณ อุโบสถวัดวังหมู ต.หาดกรวด อ.เมืองอุตรดิตถ์ โดยมีพระครูวิเชียรปัญญามหามุนี (เรือง) เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าอาวาสวัดท่าถนน ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ เป็นพระอุปัชฌาย์เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2463 พระอาจารย์แส เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เป็นพระกรรมวาจารย์ พระครูดวง เจ้าอาวาสวัดวังหมู เป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับฉายาว่า “ฐิตวัณโณ” จากนั้นไปจำพรรษาที่วัดท่าทอง 1 พรรษา และย้ายไปจำพรรษาที่วัดท่าถนน 3 พรรษา ต่อมาตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าทองว่างลง ญาติโยมกราบอาราธนาให้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าทองในปี พ.ศ. 2468 จวบจนสิ้นอายุขัย สิริอายุ 107 ปี  ระหว่างเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าทอง หลวงปู่ทองดำได้ศึกษาความรู้ด้านปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมตรี ซึ่งระหว่างเรียนหลวงปู่ก็มุ่งมั่นพัฒนาวัดท่าทองไปพร้อม ๆ กันจนเป็นที่เชิดหน้าชูตาทางพุทธศาสนาวัดหนึ่งในอุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. 2504 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเป็น “พระนิมมานโกวิท”และในปี พ.ศ. 2510 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์  นอกจากเล่าเรียนทางปริยัติธรรมแล้ว หลวงปู่ทองดำยังสนใจในวิชาโหราศาสตร์ พุทธ คุณและคาถาอาคม โดยช่วงวัยเด็กระหว่างเรียนหนังสือกับหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ได้ศึกษาวิชาอยู่ยงคงกระพันกับโยมปู่เพื่อป้องกันตัวและในช่วงวัยรุ่นเคยใช้คาถาปลุกจิตใจให้ฮึกเหิมก่อนขึ้นสังเวียนชกมวยด้วย และระหว่างจำพรรษาที่วัดท่าถนนยังไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อทิมวัดกลาง อ.เมืองพิจิตร เกจิชื่อดังเกี่ยวกับ “ตะกรุดโทน” และหลวงพ่อทิมได้เมตตาถ่ายทอดวิชาและมอบตำราไสยเวทต่าง ๆ ให้จนหมดสิ้น ซึ่งหลวงปู่ทองดำได้ใช้วิชาความรู้พัฒนาพุทธศาสนาเรื่อยมา  หลวงปู่ทองดำเป็นพระเถราจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กฤตยาคมท่านเป็นพระสุปัฎิปัณโณ ที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ ผ่านการสะสมบำเพ็ญเพียรบารมี และปฎิบัติวิปัสสนาสมาธิมานานหลายทศวรรษ  ตำแหน่งการปกครองและสมณศักดิ์ที่ได้รับตั้งแต่ปี พ.ศ.2468 หลวงปู่มีตำแหน่งการปกครองคณะสงฆ์และสมณศักดิ์พัดยศดังนี้  ปีพ.ศ.2468 อายุ 27 ปี พรรษา 5 ดำลงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าทอง  ปี พ.ศ.2478 ได้รับสมณศักดิ์แต่งตั้งเป็นพระธรรมธรฐานานุกรมของพระครูวิเชียรปัญญามหามุณีศรีอุตรดิตถ์ เจ้าคณะอุตรดิถต์  ปี พ.ศ.2482 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะเป็นเจ้าคณะตำบลหาดกรวด-วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์และในปีนั้นได้เลือนสมณศักดิ์แต่งตั้งเป็นพระปลัดฐานานุกรมของพระครูธรรมสารโกวิทย์ (ยศ)เจ้าคณะแขวงเมืองอุตรดิตถ์  ปี พ.ศ. ได้รับการแต่งตั้งเป็นสาธารณูปการ อ.เมืองอุตรดิตถ์  ปี พ.ศ. 2487 ได้รับพระราชทานเป็นพระครูธรรมมาภรณ์ประสาท  ปี พ.ศ.2497 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์  ปี พ.ศ.2498 ได้รับการแต่งตั้งเป็นสาธารณูปการจังหวัดอุตรดิตถ์  ปี พ.ศ.2504 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชทานคณะชั้นสามัญนาม  “พระนิมมานโกวิท”  ปี พ.ศ.2510 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์  ปี พ.ศ.2542 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์  จวบจนมรณภาพ  การศึกษาด้านเวทย์มนต์คาถาอาคม  ช่วยวัยเด็กหลวงปู่ได้ติดตามบิดาล่องเรือขายยาสูบระหว่างอุตรดิตถ์ จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ บิดามารดาได้ฝากเป็นเด็กวัด เรียนหนังสือกับหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน จ.พิจิตร คอยรับใช้ใกล้ชิดท่านอนุญาตให้พักกุฎิเดียวกับท่าน หลวงพ่อเงินได้สอนสรรพวิชาอาคมไสยเวทต่าง ๆ คาถาที่หลวงพ่อเงินสอนไว้นั้นที่สำคัญคือ “นะโมพุทธายะ” (พระเจ้าห้าพระองค์) ซึ่งต่อมาหลวงปู่ได้ใช้เป็นคาถาประจำตัวของท่านตลออดมา นอกจากนั้นหลวงปู่ยังได้ศึกษาวิชาอาคมกับโยมปู่ของท่าน ซึ่งเป็นวิชาอยู่ยงคงกระพัน เพื่อป้องกันตนเอง หลวงปู่ได้ใช้วิชานี้ปลุกเศกตัวเองก่อนจะขึ้นชกมวยทุกครั้ง โดยก่อนจะขึ้นชกมวยหลวงปู่จะบริกรรมคาถาจนรู้สึกว่าเนื้อเริ่มหน่าขึ้น (ของชึ้น)จึงจะชกได้ กล่าวกันว่า ในช่วงวัยรุ่น หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทองท่านชอบการชกมวยจนได้รับฉายาว่า “ดำ ท่าทาง” เพราะท่านเรียนวิชากับโยมปู่ของท่าน โดยเฉพาะวิชาอยู่ยงคงกระพัน วิชาธนูมือ คือก่อนขึ้นชกมวย ท่านจะท่องคาถา เขียนที่ฝ่ามือเมื่อขึ้นชกจะทำให้มีพละกำลังและคม ทำให้คู่ชกแตกได้ง่าย ระหว่างจำพรรษาที่วัดท่าทองยังไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อทิม วัดกลาง อ.เมืองพิจิตร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเกี่ยวกับตะกรุดโทน และหลวงพ่อทิมได้เมตตาถ่ายทอดวิชาและมอบตำราไสยเวทต่างๆ ให้จนหมดสิ้น ซึ่งหลวงปู่ทองดำ วัดท่าทองได้ใช้วิชาความรู้พัฒนาพุทธศาสนาเรื่อยมา กิตติศัพท์ ความเลื่องลือในปฏิปทาอันแรงกล้าและจริยวัตรอันงดงามของหลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง ขจรขจาย ไปไกลทุกสารทิศ พระเกจิอาจารย์รุ่นหลังหลายรูปให้ความเคารพนับถือในตัวท่าน ต่างเดินทางไปกราบไหว้และสนทนาธรรมอยู่เสมอ  หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ท่านยังออกปากกับชาวอุตรดิตถ์ที่ไปกราบท่านว่า "หลวงพ่อทองดำที่วัดท่าทองน่ะเก่งกว่าอาตมาอีก ทำไมไม่ไปหา" คำพูดนี้ไม่ใช่คำกล่าวอ้าง แต่ผู้ที่ไปได้ยินกันหลายคน และพากันกลับมาหาหลวงปู่ทองดำ โดยที่หลายคนนั้นไม่เคยรู้จักหลวงปู่มาก่อนเลย เพราะท่าน ฝึกฝน ปฎิบัติธรรมอยู่อย่างเงียบ ๆ ไม่แสดงความพิเศษให้ใครเห็นนอกจากลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดเท่านั้น  หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ถ้าท่านผ่านไปทางภาคเหนือจะแวะกราบหลวงปู่ทองดำ เสมอ เพราะหลวงปู่ทองดำท่านมี พรรษา มากกว่าหลวงพ่อคูณถึง 20 กว่าปี และหลวงพ่อคูณท่านเคยร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสก พระกริ่งและพระเครื่อง รุ่นทอง*คูณ เมื่อ พ.ศ. 2537 ท่านกล่าวกับคณะกรรมการว่า "กูนั่งอธิษฐานจิตปลุกเสก ร่วมกับหลวงปู่ทองดำ แค่ 5 นาที พลังจิตของท่าน ไปไกล "กู่ตามท่านไม่ทันด๊อก"   องค์นี้ สมเด็จ ลาภล พูนทวี หลวงปู่ทองดำ ปี 2536 สวยเดิม  เเท้ดูง่าย รับประกันตามกฏ  


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ November 05, 2015 16:00:03


  เนื่องในโอกาสที่ หลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิชื่อดังแห่งวัดรางหมัน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม สิริอายุวัฒนมงคล 89 ปี ในปี 2554 พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย อดีต ผบช.ตชด. และ ผบช.ภ.2 ได้รับอนุญาต จัดสร้าง วัตถุมงคลเหรียญ รุ่นปราบไพรี เพื่อแจกจ่ายตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเจ้าหน้าที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลวงปู่แผ้ว และทางวัดรางหมันได้อนุญาตอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านเมตตาปลุกเสกให้เป็นกรณีพิเศษ     เหรียญ รุ่นนี้เป็นรุ่นเดียวของหลวงปู่ที่มีหนุมาน ประสบการณ์มาก   ไม่ค่อยพบเจอ เนื่องจากสร้างเเจกทหาร ตำรวจ ทางใต้ด้วย   วันนี้วัดใจ พร้อมเลี่ยมทองอย่างดี + บัตรรับรองสบายใจได้ รุ่นนี้มีเก๊ ครับ องค์นี้ (ตอกโค๊ต ปวโร นิยม) หายาก รับประกันตามกฏ


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ November 03, 2015 14:15:03

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระปิดตาทุกสำนัก/5702205


  +++++พระสวยเดิมพร้อม อัดกรอบสเเตนเลส  รับประกันตามกฏ+++++


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ September 12, 2015 06:54:51

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/5702194


ประวัติหลวงพ่อเปิ่นวัดบางพระ            ๑. นางจันทร์ อ่ำระมาด ถึงแก่กรรม           ๒. นางอินทร์ คงประจักษ์ ถึงแก่กรรม           ๓. นายเถิ่ง ภู่ระหงษ์ ถึงแก่กรรม           ๔. นายชุ ภู่ระหงษ์ ถึงแก่กรรม           ๕. นางไว ภู่ระหงษ์ ถึงแก่กรรม           ๖. นายเลื่อน ภู่ระหงษ์ ถึงแก่กรรม           ๗. นายไล้ ภู่ระหงษ์ ถึงแก่กรรม           ๘. นางรองภู่ระหงษ์ ถึงแก่กรรม           ๙. พระอุดมประชานาถ "เปิ่น ภู่ระหงษ์"         ๑๐. นางอางค์ เฮงทองเลิศ ชีวิต ปฐมวัยของหลวงพ่อเปิ่นนับเนื่องแล้วเป็นสิ่งที่น่าศึกษาอย่างที่สุดที่เป็น เช่นนี้เพราะว่าในสมัยนั้นแถบถิ่นลุ่มแม่น้ำนครชัยศรีอุดมมากไปด้วยวิชาอาคม อาจเนื่องด้วยที่นั่นไกลปืนเที่ยงในตอนนั้นการเรียนรู้วิชาเอาไว้เพื่อ ป้องกันตัวจึงถือเป็นหนึ่งในลูกผู้ชายทุกคนจักพึงมีหลวงพ่อเปิ่นสนใจใน เรื่องของไสยศาสตร์ มาตั้งแต่สมัยเด็กอาศัยว่าครอบครัวของท่านอยู่ใกล้กับวัดบางพระซึ่งในสมัย นั้นมีพระคุณเจ้าที่จำพรรษาอยู่ที่วัดบางพระมีความเก่งกาจมีความเชี่ยวชาญใน สายไสยศาสตร์ หลายองค์ เด็กชายเปิ่นจึงเข้าออกเพื่อความอยากรู้อยากใฝ่หา ในวิชาอยู่กับวัดบางพระเป็นประจำ ในช่วงนี้เองบิดาซึ่งเห็นแววของเด็กชายเปิ่นมาตั้งแต่เล็กๆ ว่ามีจิตใจอันเด็ดเดี่ยวและมีสัจจะเป็นยอด จึงได้ถ่ายทอดความรู้ รวมทั้งวิทยาการ คาถาอาคมที่บิดาพอมีอยู่ให้กับเด็กชายเปิ่น ถือเป็นรากฐานเบื้องต้นตั้งแต่บัดนั้น ครั้นต่อมาครอบครัวย้ายไปตั้งรกรากทำมาหากินที่จังหวัดสุพรรณบุรี บ้านทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่นี่เองที่เด็กชายเปิ่นได้ฉายความเป็นนักเลงจริง เป็นคนจริงให้เห็น เพราะการอยู่ในดงนักเลงที่เป็นคนจริง จะต้องเป็นคนจริงไปด้วยโดยปริยาย เมื่อ ถึงจุดนี้ผู้ชายไทยใจนักเลงทุกคนจึงต้องหาอาจารย์ศึกษาในทางด้านไสยเวทเพื่อ ไว้ป้องกันตัวเองบ้าง เพื่อเป็นการเสริมสร้างบารมีให้แก่ตนเองบ้าง เด็กชายเปิ่นจึงต้องขวนขวายหาครูบาอาจารย์ผู้เรืองเวทวิทยาคม เพื่อศึกษาหาวิชามาไว้ป้องกันตัวเอง ได้เวทมนตร์คาถาเอามาท่องจำเป็นอย่างนี้อยู่ตลอด จนกระทั่งได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อแดง แห่งวัดทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ศิษย์เอกของหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน พระคุณเจ้าเก่งพร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะเก่งกล้าเป็นอย่างมากทางด้านกัมมัฏฐานและไสยเวท นี่เองคือจุดเริ่มความเก่งกาจของเด็กชายเปิ่น ในเวลานั้นหลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก ท่านเสมือนจะทราบว่า เด็กชายเปิ่นคนนี้มีแววแห่งผู้ขมังเวทย์อย่างแน่นอน อีกทั้งจิตอันใสบริสุทธิ์สะอาด ผนวกกับเป็นคนจริง ท่านจึงได้ถ่ายทอดในสายวิชาของท่านพร้อมวิชาไสยเวทต่าง ๆ ให้กับเด็กชายเปิ่นทุกอย่างที่สอนได้ ด้วยความที่ตนเองใฝ่หาทางนี้โดยตรง ความรู้ที่หลวงพ่อแดงมอบให้ เด็กชายเปิ่นได้รับไว้อย่างมากมาย ที่สำคัญในช่วงนั้นนั่นเองที่เด็กชายเปิ่นเติบโตขึ้นเป็นนายเปิ่นแล้วได้พบ เจอกับเพื่อนที่มีความอยากรู้ อยากเรียน อยากทราบในสายไสยเวทเหมือนกัน จึงเป็นที่ถูกคอกันยิ่งนัก ซึ่งต่อมาเพื่อนคนนี้ได้อุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนานามว่า "หลวงพ่อจำปา" (มรณภาพแล้ว) เจ้าอาวาสวัดประดู่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย นายเปิ่น ศึกษาวิชากับหลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอกอยู่จนถึงเวลาที่ครอบครัวย้ายกลับสู่ถิ่นฐานเดิมคือตำบลบางแก้ว ฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมอีกครั้ง ซึ่งพอดีถึงเวลาอายุครบเกณฑ์ทหาร ในสมัยนั้นการเกณฑ์ทหารแบ่งออกเป็นสองอย่าง คือทหารประจำการ กับทหารโยธา การเข้าเกณฑ์ทหารในครั้งนั้น นายเปิ่นได้ถูกคัดเลือกให้เป็นทหารโยธา ผลัดที่ ๒ แต่นายเปิ่นก็ไม่ได้เป็นทหารรับใช้ชาติ เพราะทางการประกาศยุบเลิกทหารโยธาเสียก่อน จึงต้องช่วยพ่อแม่ทำนาเรื่อยมา  สมัยนี้เองที่นายเปิ่นได้รับการถ่ายทอดวิชาสักยันต์อันเกรียงไกร จากหลวงพ่อหิ่ม อินฺทโชโต เจ้าอาวาสวัดบางพระ หลวงพ่อหิ่ม อินฺทโชโต หากเทียบกันในเรื่องไสยเวทคาถา จัดได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร เพียงแค่ท่านเพ่งกระแสจิตเท่านั้น แม้จะมีอันตรายใด ๆ ก็ตามไม่สามารถกล้ำกรายเข้ามาได้ อีกทั้งเรื่องยาสมุนไพรรักษาโรค ที่อื่นหมดทางที่จะรักษาให้หายได้ แต่เมื่อได้มากราบนมัสการขอความเมตตาจากท่าน ท่านจะปรุงยาให้ไปต้มรับประทาน ก็หายได้เหมือนปาฏิหาริย์ คาถาอาคมต่างๆ ตลอดยาสมุนไพร ที่หลวงพ่อท่านรักและเมตตาศิษย์คนนี้เป็นพิเศษ วิชาการต่าง ๆ ท่านจึงถ่ายทอดให้โดยไม่ปิดบัง เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์  เป็น เพราะในช่วงที่เป็นหนุ่มแน่นนายเปิ่นเข้าออกวัดบางพระทุกครั้งขณะที่ว่างจาก งาน  ใกล้ชิดกับวัดมากและดีที่สุดจนเมื่อถึงเวลาหนึ่งซึ่งนายเปิ่นคิดไปว่า ควรจะบวชเรียนเพื่อศึกษาในสายวิชาที่ได้ศึกษามานั้นอย่างจริงจัง  ซึ่งวิชา ดังกล่าวจะให้ได้ผลอย่างจริงจังจิตใจจะต้องนิ่งสงบไม่มีทางใดดีกว่านอกจาก บวชเรียนเท่านั้น  จึงขออนุญาตคุณพ่อและคุณแม่ว่าอยากจะบวช ซึ่งทั้งสองท่าน ต่างก็มีความยินดีมีความปลื้มอกปลื้มใจที่ลูกมีจิตศรัทธาจะบวชเรียนในพระ พุทธศาสนานอกจากจะได้รับอานิสงส์จากการบวชของลูกแล้วก็ยังเป็นการที่ลูกจะ ตอบแทนพระคุณตามโบราณกาลที่ถือเนื่องกันมาโดยลำดับ ดังนั้นวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน จึงเข้าสู่บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม บรรพชา  วันศุกร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน ณ พัทธสีมาวัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เจ้าอธิการหิ่ม อินทโชโต เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทวันศุกร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๑ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีกุน ณ พัทธสีมาวัดบางพระตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม           เจ้าอธิการหิ่ม  อินฺทโชโต   เป็นพระอุปัชฌาย์              พระอาจารย์ทองอยู่  ปทุมรัตน   เป็นพระกรรมวาจาจารย์              พระอาจารย์เปลี่ยน  ฐิตฺธัมโม   เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้นามว่า "พระฐิตคุโณ" เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ตามหน้าที่ของพระนวกะ ว่างจากงานก็ปรนนิบัติพระอุปัชฌาย์ ซึ่งท่านชราภาพมากแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้ศึกษาวิชาการต่าง ๆ จากท่านด้วย ท่านก็ได้ให้ความเมตตาอนุเคราะห์สงเคราะห์ให้ด้วยดี ที่สำคัญของพระปฏิบัติก็คือกัมมัฎฐาน จิตใจเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญที่สุด เวทมนต์คาถาจะขลังหรือศักดิ์ก็เพราะจิต ด้วยเหตุดังกล่าวหลวงพ่อจึงเน้นการปฏิบัตินี้มาก และได้ฝึกหัดให้ชำนาญ ยิ่งกว่านั้นท่านยังได้รับถ่ายทอด อักขระโบราณ เป็นรูปแบบยันต์ต่าง ๆ การลงอาคมคาถา ตามทางเดินของสายพระเวทย์ กล่าวกันว่าอักขระที่หลวงพ่อเปิ่นลงหรือเขียนนั้น สวยงามมีเสน่ห์เป็นยิ่งนัก ในช่วง ๔ ปีกว่า ที่อยู่รับใช้ และเล่าเรียนวิชาอาคมต่าง ๆ จากหลวงพ่อหิ่ม ก็รู้สึกภูมิใจมากที่ไม่เสียทีได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาทำให้รู้และเข้าใจ ในวิชาการต่างๆ และอยู่ปรนนิบัติจนถึงกาลที่หลวงพ่อหิ่มละสังขาร (มรณภาพ) ซึ่งนับเป็นศิษย์องค์สุดท้ายที่ได้อยู่ปรนนิบัติหลวงพ่อ อย่างไรก็ดี การศึกษาเล่าเรียนใด ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด แม้นได้รับจากหลวงพ่อหิ่มมาก็ยังไม่อิ่มในรสแห่งพระธรรม เสร็จจากงานฌาปนกิจศพของหลวงพ่อหิ่มแล้ว ก็ตั้งใจจะแสวงสัจจธรรมต่อไปอีก จึงเข้าไปกราบลาหลวงพ่อทองอยู่ ปทุมรัตน พระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์เปลี่ยน ฐิตธมฺโม พระอนุสาวนาจารย์ เพื่อเดินธุดงควัตรแสวงหาธรรมเพิ่มต่อไป พระอาจารย์ทั้งสองต่าง ก็พลอยยินดีและอนุโมทนาในการที่จะปฏิบัติธรรมเพิ่มยิ่ง ๆ ขึ้นไป เมื่อได้รับอนุญาตจากอาจารย์ทั้งสองแล้ว ได้ทราบข่าวกิตติศัพท์เล่าลือว่าที่ "วัดบางมด"เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร "หลวงพ่อโอภาสี" (พระมหาชวน) ได้อบรมแนะนำสั่งสอนพระกัมมัฎฐาน ได้มีผู้สนใจเข้าไปสมัครเป็นศิษย์กันมาก หลวงพ่อจึงได้เข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ จะเป็นด้วยบุญบารมีที่เคยได้ร่วมกันมาแต่อดีตหรืออย่างไรไม่ทราบ หลวงพ่อโอภาสี เมื่อได้ทราบเจตนาดังนั้น ยินดีต้อนรับและสั่งให้พระจัดสถานที่ให้ ธรรมมะที่ หลวงพ่อโอภาสี แนะนำสั่งสอน ท่านจะเน้นให้ตัดทุกสิ่งทุกอย่าง ให้ปล่อยวาง อย่ายึดถือ โดยเฉพาะศัตรูสำคัญคือขันธ์ ๕ ให้พิจารณาแยกออกเป็นธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ให้เห็นแจ้งชัด ละอุปาทานที่มีอยู่ เมื่อพิจารณาเห็นจริงดังกล่าวแล้ว ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่มีอยู่จะเบาบางไป สัจจะคือความจริง ได้แก่อนิจจัง ความไม่เที่ยง ทุกขัง ความเป็นทุกข์ และอนัตตา ความไม่มีตัวตนก็จะปรากฏขึ้น ได้อยู่ศึกษาและปฏิบัติกับหลวงพ่อโอภาสี ท่านได้เล่าประสพการณ์ต่าง ๆ ที่ท่านได้ผจญมา และบอกว่ายังมีอาจารย์เก่ง ๆ และดี ๆ อีกเยอะ ในเมืองไทยได้อยู่รับใช้และศึกษาปฏิบัติกับหลวงพ่อโอภาสีเป็นเวลา ๑ ปีเศษก็กราบลาเพื่อออกธุดงควัตรต่อไป เมื่อกราบลา หลวงพ่อโอภาสี จุดหมายปลายทางจะไปทางภาคเหนือก่อน เพราะได้ยินกิตติศัพท์ว่า ทางภาคเหนือของประเทศไทยนี้ มีพระอาจารย์ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบเป็นจำนวนมาก ความไม่อิ่มในธรรม และใคร่จะได้ศึกษาปฏิบัติให้ยิ่ง ๆ ขึ้น พบอาจารย์ที่ไหน ก็จะเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ เพื่อศึกษาธรรมจากท่าน เจริญสมณธรรม อาศัยอยู่ในป่า ตามถ้ำ ตามหุบเขาต่าง ๆ สิ่งแรกที่ได้รับคือ ความกลัวหมดไป ประการที่สอง ได้กายวิเวก ประการที่สาม จิตวิเวกจะเกิดขึ้นผลที่สุดนิรามิสสุขก็จะตามมา สถานที่ออกเดินธุดงควัตรอาทิเช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ได้ท่องเที่ยวเจริญสมณธรรมทางภาคเหนือเป็นเวลา ๒ ปีเศษก็คิดอยากจะเดินทางลงทางใต้บ้าง ทางภาคใต้มีภูมิประเทศ อากาศและธรรมชาติสวยงาม ร่มรื่นเย็นสบายดีมาก ทิวทัศน์ชายทะเล ป่าเขาลำเนาไพรไม่แพ้ทางภาคเหนือ ได้เดินทางไปพักและเจริญสมณธรรมตามที่ต่าง ๆ มีปัตตานี ยะลา นราธิวาส และย้อนกลับขึ้นมาที่สุราษฎร์ธานี ได้กราบนมัสการ "หลวงพ่อพุทธทาส"แห่งสวนโมกข์ และ "หลวงพ่อสงฆ์" วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย เมื่อเดินทางจากภาคใต้แล้ว ก็ใคร่อยากจะเดินทางไปทางทิศตะวันตก จุดหมายปลายทางคือจังหวัดกาญจนบุรี ตามกิตติศัพท์เล่าลือ ณ สถานที่นี้มีผู้แสวงหาสัจจธรรม และความวิเวก และอาจารย์เก่ง ๆ ก็มีมาก ถ้าโอกาสดีอาจจะได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสพการณ์ได้ไม่มากก็น้อย ช่วงนี้นี่เองที่ชีวประวัติ"หลวงพ่อเปิ่น"ได้หายไป ทราบเพียงว่าท่านได้จาริกธุดงค์ข้ามขุนเขาตะนาวศรี เข้าสู่เมืองมะริด เข้าสู่บ้องตี้เซซาโว่เกริงกาเวีย ซึ่งป่าแถบนั้นเป็นป่าที่ซ่อนอาถรรพ์ลี้ลับนานาประการเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากสัตว์ อันตรายจากสิ่งลี้ลับมนต์ดำแห่งป่า สิ่งเหล่านี้ไม่ทำให้หลวงพ่อเกิดความหวาดกลัวแต่ประการใด ตรงกันข้ามท่านกลับมุ่งความตั้งใจจะเข้าสู่แดนลี้ลับนี้ให้ได้ ณ ป่านี้นี่เองที่พระธุดงควัตรหายไปอย่างลึกลับ มีมามากแล้วจะเป็นด้วยไข้ป่า ผีป่า นางไม้ วิญญาณร้ายต่างๆ ที่สำคัญที่สุดคือสัตว์ร้ายนานาชนิด โดยเฉพาะ "เสือสมิง" ที่แห่งนี้จะมีตำนานเล่าขานกันมาตั้งแต่บรรพกาลของเสือร้ายที่สามารถกลับ แปลงร่างเป็นมนุษย์ หรือมนุษย์ที่ศึกษาวิชาทางด้านนี้ จนสามารถกลับกลายร่างของตนเองเป็นเสือสมิงไป และไม่ได้กลับร่างเป็นคนได้อีก เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ในสายวิชาเร้นลับวิชาหนึ่ง ในส่วนหลวงพ่อเปิ่นท่านไม่ได้ประหวั่นพรั่นพรึงในส่วนนี้เลยแม้แต่น้อย จะเป็นด้วยเพื่อจะทดลองวิชาที่ได้เล่าเรียนมาว่าจะขลังหรือศักดิ์สิทธิ์จริง หรือไม่ จิตของท่านสงบนิ่งไม่ได้กลัวอะไรเลยแม้แต่น้อย ช่วงนี้ข่าวคราวของท่านเงียบหายไปอย่างสนิท มีเพียงจากคำบอกเล่าของชาวบ้านว่าเจอท่านบ้าง ชาวเขา ชาวป่า พวกกะเหรี่ยง บอกว่าเจอท่าน และท่านได้ช่วยเหลือสงเคราะห์ชาวป่าชาวเขาเหล่านี้ กระทั่ง ปลายปี พ.ศ.๒๕๐๔  บ่ายแก่ของวันหนึ่ง พระธุดงค์วัยเกือบสี่สิบมาปักกลดอยู่ชายทุ่ง ใกล้กับวัดทุ่งนางหรอก อำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี พระธุดงค์องค์นี้ได้สร้างศรัทธาให้แก่ชาวบ้านอย่างมากมาย ทั้งปฏิปทาที่เคร่ง ทั้งสายวิชาพระเวท ทั้งยาสมุนไพรช่วยเหลือชาวบ้าน ยิ่งเกิดศรัทธาอันสูงสุดของชาวบ้านที่พุ่งตรงสู่พระธุดงค์รูปนี้ "หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ " คือองค์พระธุดงค์องค์นั้น ประจวบกับวัดทุ่งนางหลอก ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่มีเจ้าอาวาสมีเพียงพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่สองสามรูป จนจะกลายเป็นวัดร้างอยู่แล้ว ชาวบ้านจึงเห็นพ้องต้องกันว่าผู้ที่จะช่วยพัฒนาวัดทุ่งนาวัดนางหลอกให้กลับ มาคืนมาอีกครั้ง คือองค์พระธุดงค์องค์นี้ จึงได้พร้อมใจกันนิมนต์หลวงพ่อให้ช่วยพัฒนาวัดและเสนาสนะต่างๆ ให้ดีขึ้นเหมือนเดิมและให้หลวงพ่ออยู่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นที่พึ่งทางใจของพวกเขาต่อไป ด้วยความเมตตาธรรม และเห็นว่าพอจะช่วยได้ หลวงพ่อจึงรับนิมนต์จะช่วยเป็นผู้นำให้ ท่านได้ใช้ความรู้ความสามารถของท่านทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้านทั้งหลายที่มีความเดือดร้อน เช่นวิชาแพทย์แผนโบราณ และพระคาถาอาคมต่าง ๆ ที่จำเป็น ชาวบ้านทั้งหลายต่างมีความชื่นชมศรัทธาเลื่อมใสท่านมากยิ่งขึ้น เพียงระยะเวลาไม่นานที่หลวงพ่อมาสงเคราะห์ การกระทำและการพัฒนาวัดต่างก็ได้ให้ความร่วมมือสามัคคีดีมาก งานยากก็กลายเป็นงานง่าย เมื่อต่างก็ร่วมมือและมีความสามัคคีกันเช่นนี้ ในการพัฒนาวัดก็เจริญรุ่งเรืองไปอย่างรวดเร็ว แปลกหูแปลกตาทันตาเห็น เปรียบเหมือนเทวดามาโปรด จึงทำให้ชื่อเสียง"หลวงพ่อเปิ่น"เป็นที่เล่าลือของชาวบ้านกว้างขวางออกไป จากคำบอกเล่าปากต่อปาก ประจวบกับจริยาวัตรอันงดงามของท่าน มีวิชาแพทย์แผนโบราณ บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับทุกคนที่มีความเดือดร้อน รวมทั้งมีวิชาอาคมที่เป็นเลิศ ภายในระยะเวลาไม่ถึง ๒ ปี วัดทุ่งนางหรอก อำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ในช่วงดังกล่าว ท่านเกิดป่วยกระทันหัน จำเป็นต้องเข้ามารักษาตัวในเมือง ท่านจึงได้กลับมารักษาตัวที่วัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ตั้งใจไว้ว่าเมื่อหายป่วยดีแล้วก็จะกลับไปพัฒนาส่วนอื่นที่จะต้องทำอีกต่อไป สู่วัดโคกเขมา  เมื่อหายป่วยดีแล้ว ก็ตั้งใจจะกราบลาพระอาจารย์เพื่อเดินทางกลับไป ประจวบเหมาะกับที่ชาวบ้านวัดโคกเขมา มาขอพระจากพระอาจารย์เปลี่ยน ฐิตธัมโม ไปเป็นเจ้าอาวาสเพื่อพัฒนาวัด พระอาจารย์เปลี่ยน ท่านได้บอกชาวบ้านโคกเขมาว่า ดีแล้ว ศิษย์ของฉันเขาไปธุดงค์ เผอิญไม่สบายกลับมารักษาตัว หายดีแล้ว ก็จะกลับไปพัฒนาวัดทุ่งนางหรอก อำเภอลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรีอีก ฉันเองก็ไม่อยากจะให้เขาไปไกล คิดถึงเขา ฉันจะให้เขาไปช่วยพัฒนาวัดโคกเขมาให้รับรองว่าไม่ผิดหวัง ศิษย์โปรดของ"หลวงพ่อหิ่ม" ชาวบ้านเมื่อได้ทราบเช่นนั้น พากันปลื้มอกปลื้มใจไม่ผิดหวังแน่นอน กิตติศัพท์"หลวงพ่อหิ่ม"ก็เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่แล้ว ว่าแน่แค่ไหน จึงกราบอาราธนาให้ท่านไปช่วยสงเคราะห์พัฒนาด้วย ท่านก็ยินดีรับด้วยความเต็มใจ เพื่อฉลองพระคุณของพระอาจารย์ที่ได้ช่วยเหลือมาตลอด คณะสงฆ์ในตำบลแหลมบัว ออกประกาศและแต่งตั้งให้ "หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ" เป็นเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๙ และนี่เป็นจุดแห่งบุญญาบารมีและชื่อเสียงของ"หลวงพ่อเปิ่น" เมื่อเข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา หลวงพ่อได้เริ่มพัฒนาวัด ก่อสร้างเสนาสนะ ซ่อมแซมปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เกิดด้วยแรงศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ "หลวงพ่อ" ในเวลานั้น และที่วัดโคกเขมานี่เอง "หลวงพ่อ" ได้สร้างพระเครื่องเป็นครั้งแรก ปัจจุบันพระเครื่องรุ่นนี้ของวัดโคกเขมาหายากมาก เพราะเป็นพระเครื่องที่มีประสบการณ์ สร้างอภินิหาริย์ให้ผู้เช่าบูชาได้ประจักษ์ หลังจากรุ่นรูปหล่อเนื้อทองแดงของท่านแล้ว พระเครื่องและวัตถุมงคลต่าง ๆ จากวัดโคกเขมาจึงออกมาอีก เพื่อให้ศิษย์และประชาชนทั่วไปได้เช่าหาบูชากัน เพื่อนำเงินบำรุงพัฒนาวัด ที่วัดโคกเขมา หลวงพ่อออกพระเครื่องทั้งเนื้อผง(สมเด็จ) ทั้งรูปหล่อ ทั้งเหรียญพระบูชา(พระสังกัจจายน์) ทุกอย่างทุกองค์ที่หลวงพ่อสร้างมีค่ายิ่งสำหรับชาวบ้านที่รับไป ทางด้านการปฏิบัติธรรม ทางด้านไสยศาสตร์ หลวงพ่อถือเคร่งในวัตรปฏิบัติจนเป็นที่เลื่อมใสแก่ผู้ที่มากราบไหว้พบเห็น และนั่นเองเป็นสาเหตุที่ทำให้ชื่อหลวงพ่อขจรไกลไปทั่วแคว้น จึงไม่แปลกใจเลยว่า ที่กุฎิหลวงพ่อมีศิษยานุศิษย์มากันเนืองแน่นโดยไม่ขาดสาย อีกอย่างที่กล่าวขานกันอย่างไม่มีวันจบสิ้น จวบจนปัจจุบันตั้งแต่วัดโคกเขมาเป็นต้นมา นั้นคือ "การสักยันต์" แน่ละหากกล่าวถึง "หลวงพ่อเปิ่น"ในหมู่ของชายฉกรรจ์ ตั้งแต่อดีตมา หากเป็นสมัยท่านแล้วละก็ ก็ต้องยกนิ้วให้กับหลวงพ่อ ในเรื่องไสยศาสตร์ เวทเมนตร์คาถาที่ส่งลงสู่ร่างกายของชายชาตินักสู้ในรูปแบบเฉพาะของท่านเอง ทุกอย่างสมบูรณ์เพียบพร้อมถึงขนาดลงข่าวที่ว่าแม้สิ้นชีพไปแล้ว มีดผ่าตัดยังไม่สามารถเฉือนเนื้อลงได้เลย หลวงพ่อในสมัยที่ท่านยังมิได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ หลวงพ่อท่านลงมือสักลงอักขระเวทด้วยองค์ท่านเอง มาภายหลังหลวงพ่อได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการสักให้แก่ศิษย์เป็นองค์สักแทน แล้วหลวงพ่อเพียงทำพิธีครอบให้เท่านั้น เรื่องการสักของหลวงพ่อกล่าวเพียงบทสรุป ว่าชอบ เสือ ด้วยเหตุผลที่บอกเพียงสั้น ๆ แก่ศานุศิษย์ว่า เสือเป็นสัตว์ที่มีอำนาจ เพียงเสียงคำรามของเสือ สัตว์ทั้งหลายก็สงบเงียบ กลิ่นของเสือ สัตว์ทั้งหลายเมื่อรับสัมผัสจะยอมในทันที หลีกทันก็ต้องหลีก จัดอยู่ในมหาอำนาจ เสือรูปร่างสง่างาม เต็มไปด้วยอำนาจบารมี จัดอยู่ในมหานิยม ที่สำคัญ"หลวงพ่อ" เคยประจันหน้ากับเสือมาแล้ว กลางป่าลึก ระหว่างธุดงควัตรแถวป่าใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี จึงเกิดความประทับใจตั้งแต่นั้นมา              ช่วงที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดโคกเขมา อันเป็นเวลาที่เจริญรุดหน้าขึ้นอย่างสูง ใน ส่วนของวัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เมื่อหลวงปู่หิ่ม อินฺทโชโต มรณภาพลงและหลวงพ่อเปิ่นออกจาริกแสวงธรรม ทางวัดบางพระเงียบเหงาลง ต่อมา"หลวงพ่อทองอยู่ ปทุมรัตน์" พระกรรมวาจาจารย์ของหลวงพ่อเปิ่นได้เป็นเจ้าอาวาสต่อจากหลวงปู่หิ่ม จนมรณภาพลงในปี พ.ศ.๒๕๑๖ เจ้าอาวาสวัดบางพระ จึงว่างลง ชาวบ้านจึงพร้อมใจกัน ไปกราบอาราธนาหลวงพ่อเปิ่นให้กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางพระ ซึ่งในตอนแรกหลวงพ่อไม่ยอมมาด้วยสาเหตุว่าไม่มีใครดูแลวัดโคกเขมา ซึ่งเป็นเหมือนกับวัดที่ท่านสร้างขึ้นมาใหม่ ภาระและความรับผิดชอบยังอยู่ที่ท่าน ในส่วนของญาติโยมชาวโคกเขมานั้น เคารพรักใหลวงพ่อเป็นอย่างมาก เพราะเปรียบเทียบเสมือนว่าตัวท่านเป็น น้ำทิพชะโลมใจ ท่านเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธา เป็นพระนักพัฒนาที่สร้างแต่ความเจริญรุ่งเรือง ญาติโยมฝ่ายวัดบางพระ ก็ไม่ได้สิ้นความพยายาม เพียรกราบอาราธนาให้ท่านกลับมาพัฒนาวัดบ้านเกิดของท่านเอง ให้กลับคืนเหมือนเดิม เพราะชาวบ้านทั้งหลายได้ร่วมพิจารณากันแล้วนอกจากท่านแล้วไม่มีใครที่จะทำ ให้วัดกลับมาเป็นดังเดิมได้ วัดบางพระมีแต่จะทรุดลงไปเรื่อย ๆ ผลที่สุดท่านก็ยอมที่จะมา แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องหาพระมาดูแลวัดโคกเขมาให้ได้ก่อน ท่านจึงจะยอมกลับวัดบางพระ ในครั้งนั้น กล่าวกันว่าชาววัดโคกเขมา เมื่อทราบว่าหลวงพ่อท่านจะต้องกลับไปพัฒนาวัดบางพระซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของ ท่าน เสียดายก็เสียดายทำอย่างไรได้เมื่อเหตุมันเกิดก็ต้องยอมแต่ยังอุ่นใจอยู่ว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นไปกราบปรึกษาหารือท่าน ก็คิดว่าจะได้รับคำแนะนำที่ดีมีประโยชน์ บางทีท่านอาจจะลงมือมาช่วยได้อีก ในที่สุดหลวงพ่อ ท่านก็กลับมาพัฒนาวัดบางพระ สมเจตนาของชาวบ้าน นั่นคือการจบชีวิตการธุดงค์ของหลวงพ่อเปิ่น ถนนแห่งชายฉกรรจ์ผู้มีเลือดนักสู้ในหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร หรือ ผู้ที่ทำงานเสี่ยงกับอันตรายนานาประการ ต่างก็มุ่งตรงยังวัดบางพระ เพื่อนำวัตถุมงคลที่หลวงพ่อประสิทธิ์ประสาทไว้กับตัวเอง ด้วยเหตุนี้เอง เท่ากับเป็นการนำพาความเจริญทั้งหลายมาสู่ถิ่นตามลำดับจนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อเข้ารับภาระในวัดบางพระเวลานั้น นับเนื่องแล้วเป็นการพัฒนาที่หนักเอาการ ก่อนอื่นจัดระเบียบของวัดให้เข้าที่เข้าทางเสียก่อน ได้แก่การจัดเขตพุทธาวาส และสังฆาวาสให้อยู่เป็นสัดส่วน เพราะเท่าที่เป็นอยู่ในเวลานั่น เขตพุทธาวาสและสังฆาวาสยังคละเคล้าปะปนกันอยู่ ไม่เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้มาพบเห็น หลังจากได้วางโครงการเรียบร้อยแล้ว ให้เอาเขตสังฆาวาสทั้งหมดไปรวมอยู่ทางด้านหลัง ส่วนข้างหน้าให้เป็นเขตพุทธาวาสได้แก่โบสถ์ ศาลาการเปรียญ มณฑปพระพุทธบาท มณฑปบูรพาจารย์ ฯลฯ เป็นต้น ในวันที่   ๒๕  เดือน  สิงหาคม  พ.ศ.๒๕๑๘    อาศัยอำนาจตามความในข้อ   ๒๓    แห่งกฎมหาเถรสมาคม   ฉบับที่ ๕ (พ.ศ.๒๕๐๖) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ จึงแต่งตั้งให้ พระใบฎีกาเปิ่น ฉายา ฐิตคุโณ อายุ ๕๓ พรรษา ๒๗ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางพระ ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีหน้าที่และอำนาจตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ โดยมี เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ประทับตราประจำตำแหน่ง หลังจากได้วางโครงการแยกแยะส่วนต่างๆ แล้ว หลวงพ่อได้ย้ายและสร้างกุฏิสงฆ์ เพื่อให้พอกับพระที่อยู่จำพรรษา และพัฒนาวัดมาโดยตลอดอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการพัฒนาวัด และพร้อมด้วยจริยาวัตรอันงดงาม ปลูกศรัทธาปสาทะของผู้พบเห็น บำเพ็ญในสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างสูง และด้วยการที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ทางคณะสงฆ์และทางราชการเห็นความสำคัญ จึงได้ประกาศเกียรติคุณความดีให้ปรากฏเป็นอนุสรณ์ตลอดมา ในวันที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓ ให้พระฎีกาเปิ่น วัดบางพระ จังหวัดนครปฐม เป็น "พระครูฐาปนกิจสุนทร" ช่วงนี้นี้เองที่วัดมีการออกพระเครื่องและวัตถุมงคล เพื่อทดแทนในน้ำใจแห่งศรัทธาที่ศิษยานุศิษย์และชาวบ้านได้ร่วมกันในการพัฒนา วัดบางพระนั่นเองฯ ในวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗ หลวงพ่อท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์จาก พระครูฐาปนกิจสุนทร เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ เป็น "พระอุดมประชานาถ" ด้วย การพัฒนาวัดและชุมชนมาโดยตลอด ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์โดยอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย ถวายปริญญาบัตร พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์ ณ วันที่ ๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘ แก่องค์หลวงพ่อ แสดงให้เห็นว่าหลวงพ่อได้เป็นนักสังคมสงเคราะห์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ของประชาชนโดยแท้ ท่านไม่ทิ้งธุระทางการศึกษา พัฒนาสาธารณะประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาไว้มากเพื่อเป็นแนวทางแก่พระภิกษุ - สามเณรในพระพุทธศาสนา หลวง พ่อท่านได้มองถึงประโยชน์ของการศึกษาถึงวัฒนธรรมความเจริญของท้องถิ่นแห่ง นี้เมื่อสมัยก่อน ในการที่จะพัฒนาบุคคลให้มีความรู้คู่คุณธรรมและมีจิตสำนึกรักภูมิลำเนาของตน โดยที่ท่านได้วางการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่ตั้งใจจะสร้างไว้นานแล้ว เพื่อเป็นที่รวบรวมภูมิปัญญาชาวบ้าน และของเก่าแก่ของแถบลุ่มน้ำนครชัยศรี บริเวณตำบลบางแก้วฟ้านี้ ที่เมื่อครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งที่มีการติดต่อค้าขายกัน มีชาวบ้านอยู่มากมาย เป็นแหล่งรวมสรพวิชาความรู้ที่สำคัญแห่งหนึ่งในบริเวณนี้ ซึ่งสามารถดูได้จากโบสถ์เก่าสมัยอยุธยาตอนปลาย เรือสำเภาโบราณที่มีเจดีย์เล็ก ๆ บนเรือนั้น ส่วนวิชาความรู้ต่าง ๆ ในสายพระเวทคาถา ท่านเองได้ศึกษามามากจากหลวงปู่หิ่ม (พระอุปัชฌาย์) หลวงพ่อโอภาสี หลวงพ่อแดงวัดทุ่งคอก หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน เป็นต้น และออกฝึกปฏิบัติทางจิตตามแนวทางในพระพุทธศาสนาเพื่อให้รู้ถึงสภาวธรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจิตของตน โดยปฏิบัติธุดงควัตรในสถานที่ต่าง ๆ ท่านเองเป็นตัวอย่างของพระนักศึกษาทั้งทางรูปธรรม และนามธรรมอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งสามารถนำวิชาความรู้ต่าง ๆ มาช่วยเหลือชี้นำแนวทางและพัฒนาจิตใจแก่พุทธศาสนิกชนได้ หลวงพ่อเองเป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเมตตาต่อผู้ที่มาหาท่าน รวมถึงสัตว์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณวัดบางพระ หลวง พ่อได้ฝากปริศนาธรรมต่างๆ โดยการปฏิบัติ และสร้างสิ่งต่างๆ ให้เห็นทั้งรูปธรรม - นามธรรม หลายต่อหลายอย่างซึ่งปรากฏแก่ผู้ที่ใกล้ชิดท่าน อันพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งได้ระลึกเสมอว่าสังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาได้ยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความ ไม่ประมาท ตามพระวาจาที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ครั้งสุดท้าย หลวงพ่อมีศีล และจริยวัตรอันงดงาม ในขณะที่ธาตุสี่ ขันธ์ห้ายังประชุมอยู่ ถือได้ว่าเป็นพระแท้ที่หาได้ยากในยุคนี้ ในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ เวลา ๑๐.๕๕ น. ณ โรงพยาบาลศิริราช หลวงพ่อได้ละสังขารด้วยอายุ ๗๙ ปี ๕๔ พรรษา ยังความอาลัย เศร้าโศก เสียใจแก่ปุถุชนจิต แต่ได้แสดงให้เห็นถึงมรณัสสติแก่ศิษยานุศิษย์ คุณงามความดีที่ท่านได้กระทำไว้ในพระพุทธศาสนามากมาย จะเป็นตำนานแห่งแผ่นดินไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม เป็นเครื่องเตือนสติให้พุทธศาสนิกชนได้รู้จักและปฏิบัติสืบสานกันต่อไป.ประสบการณ์ ไม่ต้องผูดถึง เยอะมาก +++++ พระมีเกษา หายาก สร้างปี2536 รับประกันตามกฏ +++++


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ September 12, 2015 06:54:33

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/5494131


รูป ถ่ายกระดาษหนังไก่ สอยดาว สร้างเมื่อปี2514 พร้อมเลี่ยมทองเเท้ สั่งทำมาครับ หายากครับ รูปถ่ายรุ่นนี้ มีลงในหนังสือ ประวัติ ชัดเจน เนื่องจากพระเลี่ยมทองมา ถ่ายภาพออกมาลำบาก นิดนึงครับ องค์นี้เลี่ยมทับ กรอบเดิม ไม่ได้เกาะเลี่ยมใหม่ นะครับ รับประกันตามกฏ อภินิหาร พุทธาคม และความศักดิ์สิทธิ์                       พระครูภาวนาภิมณฑ์ (หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต)                                                1.วัดหลวงปู่คงกระพัน                                       ในสมัย  หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต มีชีวิตอยู่ มีผู้นำวัวมาถวายเพื่อต่อชะตาชีวิต  โดยผู้ถวายได้ซื้อวัวจากผู้นำวัวไปฆ่า เพื่อถ่ายชีวิตให้แก่มัน     หลวงปู่รับไว้และเลี้ยงวัวไว้ภายในวัด บางครั้งวัวก็ไปแทะเล็มหญ้า  และเข้าไป ในสวนหรือนาของชาวบ้าน ก็ถูกทำร้ายกลับมาอยู่เนือง ๆ หลวงปู่สงสารวัวจึงได้ลงอักขระยันต์คงกระพันที่ตรงใบหูวัว   ปรากฏว่าวัวหลวงปู่ไม่มีใครทำอันตรายมันได้   เคยมีคนมาขโมยวัวของหลวงปู่ไปฆ่า แต่ไม่สามารถฟันหรือแทงมันเข้า     จำต้องนำวัวมาคืนหลวงปู่ จวบจนวันตัวนี้ถึงแก่อายุขัยได้มีการเผา   ปรากฏว่าเนื้อบริเวณที่หลวงปู่ลงอักขระไว้ไม่ไหม้      เป็นที่อัศจรรย์นัก และเป็นเรื่องเล่ากันต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน                                     --------------------------------------------------------------------------------                                                              2.บ่อน้ำหลวงปู่สุข                                                 ละหาน ทรายในอดีตยังไม่เจริญ ไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ น้ำจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ ในฤดูร้อนลำบากมาก ชาวบ้านต้องขุดบ่อเพื่อหาน้ำไว้อุปโภคบริโภค  เนื่องจากดินเป็นที่ดอนและลูกรัง จึงไม่ค่อยพบแหล่งน้ำ  ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจึงขอให้หลวงปู่ช่วย       ท่านนั่งสมาธิแล้วเดินลงมาจากกุฎิไปข้างวัด    ยืนสมาธิพักใหญ่ แล้วท่านก็ลืมตาบอก ให้ชาวบ้านขุดตรงนี้แล้วจะเจอตาน้ำ   มีน้ำใช้ตลอดปี ชาวบ้านได้ช่วยกันขุดก็พบตาน้ำจริง ๆ มีน้ำไหลพุ่งจนเต็มบ่อ มีน้ำใช้ไม่รู้เหือดแห้ง   ชาวบ้านจึงขนานนามบ่อน้ำนี้ว่า “บ่อน้ำหลวงปูสุข”                                         หายากสุดๆ กรอบอาจจะดูมัวบ้างเนื่องจากเจ้าของเดิมเลี่ยมทับกรอบเดิมเอาไว้


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ August 06, 2015 15:05:04

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระหล่อ-รูปเหมือนปั้ม/5469371


เนื้อกะไหล่ทองนิยม สวยเดิม พร้อมกล่อง องค์นี้พร้อมบัตรรับรอง เพื่อความสบายใจอีกใบครับ


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ July 12, 2015 13:20:33

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/เครื่องราง-ล็อกเก็ต/5421324


                                                                ประวัติ หลวงพ่อบุญมี อิสโร วัดเขาสมอคอน          พระครูอาทรสิกขกิจ (หลวงพ่อบุญมี อิสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาสมอคอน จ.ลพบุรี เดิมชื่อ บุญมี จันทร์แจ่ม เกิดที่บ้านเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๔๒ (ตรงแรม ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีกุน) บิดาชื่อ ผู้ใหญ่ต้น มารดาชื่อ นางทองม้วน มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๖ คน หลวงพ่อบุญมีเป็นบุตรคนที่ ๒ ปฐมวัย บิดาและมารดาได้นำไปฝากเรียนหนังสือและอักขระขอมกับ หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง วัดเขาสมอคอน ซึ่งเป็นสำนักศึกษาพระปริยัติธรรม          ต่อมา หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง ได้บวชให้เป็นสามเณร และให้อยู่รับใช้อย่างใกล้ชิด โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาการต่างๆ รวมทั้งได้ติดตามหลวงพ่อออกธุดงค์ เพื่อแสวงหาความสงบ และเจริญสมาธิอยู่เป็นประจำ          เมื่ออายุครบ ๒๑ ปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดมุจรินทร์ ต.โคกสลุด อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๔๖๓ โดยมี พระครูสังวรโสภณ (หลวงพ่อสาย) วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการผ่อง วัดมุจรินทร์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการแขก วัดหนองมนต์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า "อิสโร"          หลังจากอุปสมบทแล้ว หลวงพ่อบุญมี ได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขาสมอคอน เพื่อปฏิบัติกิจตามหน้าที่ของศิษย์ ที่มีต่อพระอาจารย์ คือหลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง ด้วยความเคารพยิ่ง ท่านจึงได้รับการถ่ายทอดคุณสมบัติและปฏิปทาจากหลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋งไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์          หลวงพ่อบุญมี บวชได้ ๕ พรรษา หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง ก็ได้มรณภาพลง หลวงพ่อบุญมี จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา หลังจากนั้น หลวงพ่อบุญมี ได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆ เพิ่มเติมกับ หลวงพ่อสาย วัดเสือ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่าน และยังได้ไปศึกษากับหลวงพ่ออุปัชฌาย์วัดบาง  ซึ่งเป็นศิษย์ผู้พี่ จากนั้นได้ศึกษาเพิ่มเติมกับ หลวงพ่อแขก วัดหนองมนต์ ซึ่งเป็นพระอนุสาวนาจารย์ของท่าน          ส่วนอาจารย์ที่เป็นสายฆราวาส หลวงพ่อบุญมีได้ศึกษากับ ผู้ใหญ่บุญรอด จันทร์แจ่ม ซึ่งเป็นพี่ชายของท่านเอง เรื่องของ วัตถุมงคลหลวงพ่อบุญมี ท่านได้สร้างเอาไว้หลายอย่าง ซึ่งล้วนมีประสบการณ์ทั้งสิ้น คนที่มีอยู่มักจะหวงแหนกันมาก จึงไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก นอกจากลูกศิษย์สายตรงของหลวงพ่อเท่านั้น          วัตถุมงคลในยุคแรกๆ คือ มีดหมอ หลวงพ่อได้เรียนวิชานี้จาก หลวงพ่ออุปัชฌาย์ก๋ง โดยตรง (คนละสายกับของ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ) หลวงพ่อบุญมีได้สร้างมีดหมอมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๐ เนื่องจากชาวบ้านแถววัดถูกผีเข้าบ่อยๆ ญาติจึงพามาหาหลวงพ่อ รักษาด้วยการรดน้ำมนต์ ซึ่งก็หายกลับไปทุกคน          ต่อมามีคนเป็นกันบ่อย หลวงพ่อบุญมี จึงได้ทำมีดหมอขึ้นมาเพื่อแจกชาวบ้าน ไว้ใช้ป้องกันภูติผีปิศาจ และสัตว์ร้ายต่างๆ เมื่อชาวบ้านนำไปใช้ได้ผลดี จึงได้บอกกล่าว ปากต่อปาก ทำให้มีดหมอของท่านมีกิตติคุณเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายออกไป          ต่อมา พ.ศ.๒๔๙๗ หลวงพ่อบุญมี ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวน จึงได้สร้าง เหรียญรุ่นแรก ขึ้นเพื่อแจกเป็นที่ระลึก เป็นเหรียญปั๊มแบบโบราณ ลักษณะเหรียญด้านหลังเป็นท้องกระทะ ด้านหน้านูน เป็นเหรียญปั๊มหูในตัว ตัดขอบแบบโบราณ ห่วงเชื่อม เป็นเหรียญเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เพียงเนื้อเดียว ลักษณะบล็อกตื้น (นูนต่ำ) สวยงามมาก ด้านหน้า เป็นรูปหลวงพ่อห่มคลุมครึ่งองค์ มีตัวหนังสือเขียนว่า "พระครูบุญมี ฉัยยาติสสะโร วัดเขาสมอคร" (ตัวหนังสือคำว่า "พระ" สระอะจะปั๊มไม่ค่อยติด และคำว่า "สมอคร" ใช้ "คร" ไม่ใช่ "คอน")            ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๗ หลวงพ่อบุญมี ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบล จึงได้สร้างรูปเหมือนปั๊ม เนื้อทองแดงอย่างเดียว ด้านหน้าตรงฐานเขียนว่า หลวงพ่อบุญมี มียันต์ตรงสังฆาฏิ (ยันต์เฑาะว์) และในปีเดียวกันนี้ ได้มีคณะลูกศิษย์จัดสร้าง รูปเหมือนปั๊ม เนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง ด้านหน้ามีตัวอักษรเขียนว่า หลวงพ่อมี มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์จีวรตรง และ พิมพ์จีวรโค้ง ด้านหลังมียันต์ มะ อะ อุ เป็นตัวนูน ใต้ฐานเป็นรอยวงเดือน           พ.ศ. ๒๕๐๙ หลวงพ่อบุญมี ได้รับตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอท่าวุ้ง จึงได้สร้างเหรียญที่ระลึกขึ้น เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ขนาดเล็กกะทัดรัด มีทั้งเนื้อทองแดงผิวไฟ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง และเนื้อเงิน          พ.ศ.๒๕๑๗ หลวงพ่อบุญมี อายุครบ ๗๗ ปี คณะศิษย์ได้จัดงานทำบุญขึ้น จึงได้สร้าง พระพิมพ์สมเด็จ เนื้อเทียนชัย ขึ้น เพื่อแจกเป็นที่ระลึก ด้านหน้าเป็นรูป หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในโบสถ์ ศิลปะเชียงแสน          พระพิมพ์สมเด็จ เนื้อเทียนชัย แบ่งออกเป็น ๒ พิมพ์  คือ พิมพ์หน้าใหญ่ และพิมพ์หน้าเล็ก  ด้านหลัง เป็นรูปหลวงพ่อ เหนือขึ้นไปมีตัวหนังสือเขียนว่า "ที่ระลึกงานทำบุญอายุ ๗๗ ปี" ใต้รูปหลวงพ่อเขียนว่า "หลวงพ่อมี วัดเขาสมอคอน" เป็นพระเนื้อผงน้ำมันผสมเทียนชัย (พิมพ์หน้าเล็ก หลวงพ่อจะหันหน้ามาทางขวามือเรา พิมพ์หน้าใหญ่ หันหน้าไปซ้ายมือเรา) พระพิมพ์สมเด็จนี้ชาวบ้านส่วนมากจะเรียกว่า "พระสมเด็จรุ่นมีฤทธิ์" เนื่องจากมีประสบการณ์มากมาย และเป็นพระพิมพ์สมเด็จรุ่นแรก วัตถุมงคลหลวงพ่อบุญมี ยังมีอีกมากมายหลายรุ่นหลายแบบ เท่าที่มีหลักฐานชัดเจนพอที่จะรวบรวมเป็นหมวดหมู่ได้ มีดังนี้ ชุดเหรียญ          ๑.เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๙๗          ๒.เหรียญรุ่น ๒ ทรงเสมา ปี ๒๕๐๐ ๓.เหรียญรุ่น          ๓ พิมพ์รูปไข่ ห่มคลุม ปี ๒๕๐๙ เนื้อทองแดงผิวไฟ และทองแดงกะไหล่ทอง          ๔.เหรียญปี ๒๕๑๒ พิมพ์สามเหลี่ยมหน้าจั่ว หลวงพ่อนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง           ๕.เหรียญงานพุทธาภิเษก ปี ๒๕๑๓ ทรงอาร์มมี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์หน้าตรง และพิมพ์หันข้าง เนื้อชุบนิกเกิล เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อเงินหน้าทอง และเนื้ออัลปาก้า            ๖.เหรียญปี ๒๕๑๗ รูปไข่ สร้างน้อย เนื้อทองแดงรมดำ          ๗.เหรียญปี ๒๕๑๙ รูปไข่ เนื้อทองแดงผิวไฟ และเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง          ๘.เหรียญปี ๒๕๒๐ รุ่นตัวหนังสือตลก เป็นเหรียญรูปไข่ขนาดใหญ่ หันข้าง เนื้อทองแดง          ๙.เหรียญปี ๒๕๒๑ เรียกกันทั่วไปว่า "รุ่นตาฉิ่งยิงเด็ก"  เป็นเหรียญทรงใบสาเก หันข้าง เนื้อทองแดง          ๑๐.เหรียญปี ๒๕๒๑ รุ่นเสาร์ ๕ เป็นเหรียญทรงเสมา หน้าตรง เนื้อทองแดงรมดำ          ๑๑.เหรียญปี ๒๕๒๒ รุ่นแจกผ้าป่า เป็นเหรียญทรงหยดน้ำ ข้างกนกมีเนื้อเงิน เนื้อทองแดงลงยาสีต่างๆ และแบบมีปีกไว้แจกกรรมการ และเหรียญล้อแม็กซ์          ๑๒.เหรียญรุ่นลายฉลุหันข้าง          ๑๓.เหรียญใบโพธิ์เนื้อทองแดง          ๑๔.เหรียญสร้างมณฑป ปี ๒๕๒๕ ชุดรูปเหมือนปั๊ม          ๑.รูปเหมือนปั๊ม ยันต์ฐาน ใต้ฐานมียันต์ มะ อะ อุ มี ๒ พิมพ์คือ พิมพ์จีวรโค้ง และจีวรตรง          ๒.รูปเหมือนปั๊มยันต์สังฆาฏิ ถือว่าเป็นรูปเหมือนปั๊มที่ออกแบบมาได้คล้ายกับองค์หลวงพ่อมากที่สุด ที่สังฆาฏิจะมียันต์ เฑาะว์          ๓.รูปเหมือนปั๊มค่อมใหญ่          ๔.รูปเหมือนปั๊มค่อมเล็ก          ๕.รูปเหมือนปั๊มพนักอิง   ชุดเครื่องราง          ๑.ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ ธงแม่ทัพ ๒.มีดหมอ ยุคต้น เป็นด้ามไม้ ฝักไม้ ใบเหล็ก พัฒนามาเป็นใบสแตนเลส ด้ามงาฝักงา ด้ามงาฝักไม้ ๓.มีดปากกาปาร์กเกอร์ ยุคต้น ๔.ตะกรุดโทน ๕ นิ้ว ๕.ตะกรุด ๑๐๘ สามกษัตริย์ ๖.ตะกรุดสาลิกา ๗.ลูกอม ๘.แหวน ๙.เขี้ยวเสือ เสืองาแกะ สิงห์งาแกะ ๑๐.สีผึ้ง ชุดพระบูชา พระผง มีทั้งพระบูชารูปหลวงพ่อสัมฤทธิ์ พระบูชารูปหลวงพ่อบุญมี ส่วนพระเนื้อผงมีพระพิมพ์สมเด็จหลวงพ่อสัมฤทธิ์ หลังหลวงพ่อบุญมี เนื้อเทียนชัย สร้างปี ๒๕๑๗ ชุดรูปถ่าย ล็อกเก็ต          ๑.รูปถ่ายหลังจารมือ รูปถ่ายหลังตะกรุดสามกษัตริย์ ๒.ลอกเก็ตขนาดต่างๆ พิมพ์กลม และพิมพ์รูปไข่ ๓.แหนบเสาร์ ๕ ๔.แหนบรุ่นฟ้าผ่า ๕.รูปถ่ายขนาดบูชา ในชุดนี้ประกอบด้วย รูปถ่ายปี ๒๕๐๙ งานฉลองตราตั้ง พัดยศ รูปถ่ายนกคุ้ม และรูปถ่ายนั่งธรรมมาสน์  ฯลฯ            หลวงพ่อบุญมี ได้เริ่มอาพาธด้วยโรคชรา ระบบการทำงานของหัวใจล้มเหลว ได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๒๕ สิริอายุรวม ๘๔ ปี ปัจจุบันสรีระของท่านได้บรรจุอยู่ในหีบแก้ว เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ และผู้ที่เคารพนับถือ ได้สักการบูชา อยู่ที่หอสวดมนต์ วัดเขาสมอคอน อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี  


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ June 19, 2015 01:41:34

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/5189703


  หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน บอกว่าท่าน เป็นเทวดามาเกิด   ภูมิหลังชาติกำเนิด      วันพุธ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 พุทธศักราช 2441 ณ.บ้านไซโรงโขน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร นายบุญนาค นางจ่าย แม่พริ้ง ได้ให้กำเนิดบุตรคนที่ 4 เพศชาย(ในจำนวนพี่น้องชายหญิง 8 คน) บิดามารดาได้ตั้งชื่อ เด็กชายทองดำ เม่นพริ้ง การศึกษา วัยเด็ก       ขณะเด็กชายทองดำ อายุ 3 ขวบ บิดามารดาได้นำไปถวายเป็นบุตรบุญธรรมกับหลวงพ่อเงิน  พุทธโชติ (วัดบางคลาน จ.พิจิตร) หลวงพ่อเงินเห็นครั้งแรกได้เอ๋ยคำออกมา "ไอ้หนูเด็กน้อยคนนี้เป็นเทวดามาเกิด  ใครเสี้ยงก็ไม่ได้ มาเป็นลูกของเราเถิดนะ" หลวงพ่อเงินเอาผ้าผืนลงปูรองรับเด็กน้อยคนนี้ ทำพิธีรับลูก       จากนั้นเด็กคนนี้ได้รับการเลี้ยงดูอุปถัมภ์ สั่งสอน อบรม วิชาความรู้ และสรรพวิชาต่าง ๆ โดยได้พักอาศัยกับหลวงพ่อ  เมื่อหลวงพ่อเงินเงินท่องบทสวดมนต์เด็กชายทองดำก็สามารถท่องได้จบเล่มในวันเดียว  ชาวบ้านรู้ข่าวต่างแห่มาดูการใหญ่ว่าเด็กน้อยคนนี้มีหน้าตาอย่างไร      กระทั่งโตขึ้นบิดามารดามารับเด็กชายทองดำไปเล่าเรียนศึกษากับอาจารย์โต (เจ้าอาวาสวัดท่าทอง ต.วังกะพี้ จ.อุตรดิตถ์ในสมัยนั้น) วัยหนุ่มฉกรรจ์      นายทองดำได้ฝึกฝนและศึกษาศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทยจนมีความชำนาญ  จนได้เป็นนักมวยที่มีฝีมือดีคนหนึ่ง  ซึ่งช่วงวัยหนุ่มนี้ทองดำได้เพื่อนคนหนึ่งชื่อ "เล็กย่งหลี"(ต้นตระกูลเล็กอุทัย)มีรูปร่างเล็กไปไหนไปด้วยกันประจำ  ได้ฝึกชกมวยด้วยกันมา  หากออกชกมวยที่ไหนจะให้เล็กย่งหลีขึ้นไปเปรียบหาคู่ชก  แต่ตอนเวลาชกนายทองดำจะเป็นผู้ชกแทน ก่อนชกนายทองดำจะบริกรรมคาถาที่ได้ร่ำเรียนมาโยมปู่จนรู้สึกตัวหนา(ของขึ้น)และนายทองดำก็สามารถชกมวยชนะแทบทุกครั้ง      อายุครบเกณฑ์ทหาร  ได้เข้ารับเป็นทหาร 2 ปี  ปลดจากทหารประจำการแล้วจึงได้อุปสมบทสู่ร่มพระศาสนา สู่ร่มพระศาสนา      อุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี ณ. พระอุโบสถ วัดวังหมู  ต.หาดกรวด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โดยมีพระครูวิเชียรปัญญามหามุนี (เรือง )เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าอาวาสวัดท่าถนน ต.ท่าอฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์  ในขณะนั้นเป็นองค์อุปัชฌาย์  เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2463 พระอาจารย์แส    เจ้าอาวาสวัดวังหมู ต.หาดกรวด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์  ได้รับฉายาว่า “ฐิตวณโณ” เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดท่าทอง 1 พรรษา ทางวัดท่าทอง ต.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง คณะศรัทธา วัดท่าทองได้ลงความเห็นพ้องกัน โดยได้ไปกราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อขออนุญาตจากเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ด้วยดี คณะศรัทธาให้”พระภิกษุทองดำ” เพื่อนิมนต์ให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าทอง  ซึ่งหลวงพ่อเองก็มีเจตนาอันบริสุทธิ์และจิตใจอันแน่วแน่ต่อพระพุทธศาสนาและเป็นโอกาสที่จะได้พัฒนาทำนุบำรุงเพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุงเรืองยิ่งขึ้นสมความตั้งใจ  หลวงพ่อจึงรับภารกิจนิมนต์ครั้งนี้และย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2468เป็นต้นมา การศึกษาพระปริยัติธรรม      การที่หลวงย้ายมาจากวัดท่าทองมาอยู่วัดท่าถนน  ซึ่งเป็นวัดของพระอุปัชฌาย์ของท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่นั้น ด้วยความมุ่งมั่นที่จะศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างจริงจัง  เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระธรรมวินัยให้ละเอียดและถ่องแท้  หลวงปู่ได้มีความขยันเพียนตั้งใจศึกษาด้วยความวิริยะอุตสาหะภายในปีเดียวก็สอบได้นักธรรมตรี (พ.ศ.2466) ด้วยเหตุแห่งการศึกษาทางพระธรรมวินัยในสมัยนั้นยังไม่เจริญพอการศึกษามีเพียงชั้นนักธรรมตรีเท่านั้น  ฉะนั้นการศึกษาของท่านต้องหยุดชะงักลง ตำแหน่งการปกครองและสมณศักดิ์ที่ได้รับตั้งแต่ปี พ.ศ.2468 หลวงปู่มีตำแหน่งการปกครองคณะสงฆ์และสมณศักดิ์พัดยศดังนี้ -          ปีพ.ศ.2468 อายุ 27 ปี พรรษา 5 ดำลงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าทอง -          ปี พ.ศ.2478 ได้รับสมณศักดิ์แต่งตั้งเป็นพระธรรมธรฐานานุกรมของพระครูวิเชียรปัญญา มหามุณีศรีอุตรดิตถ์ เจ้าคณะอุตรดิถต์ -          ปี พ.ศ.2482 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะเป็นเจ้าคณะตำบลหาดกรวด-วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์และในปีนั้นได้เลือนสมณศักดิ์แต่งตั้งเป็นพระปลัดฐานานุกรม ของพระครูธรรมสารโกวิทย์ (ยศ)เจ้าคณะแขวงเมืองอุตรดิตถ์ -          ปี พ.ศ. ได้รับการแต่งตั้งเป็นสาธารณูปการ  อ.เมืองอุตรดิตถ์ -          ปี พ.ศ. 2487 ได้รับพระราชทานเป็นพระครูธรรมมาภรณ์ประสาท -          ปี พ.ศ.2497 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ -          ปี พ.ศ.2498 ได้รับการแต่งตั้งเป็นสาธารณูปการจังหวัดอุตรดิตถ์ -          ปี พ.ศ.2504 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชทานคณะชั้นสามัญนาม “พระนิมมานโกวิท” -          ปี พ.ศ.2510 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ -          ปี พ.ศ.2542 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์  จวบจนมรณภาพ การศึกษาด้านเวทย์มนต์คาถาอาคม      ช่วยวัยเด็กหลวงปู่ได้ติดตามบิดาล่องเรือขายยาสูบระหว่างอุตรดิตถ์ จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ บิดามารดาได้ฝากเป็นเด็กวัด เรียนหนังสือกับหลวงพ่อเงิน  พุทธโชติ วัดบางคลาน จ.พิจิตร คอยรับใช้ใกล้ชิดท่านอนุญาตให้พักกุฎิเดียวกับท่าน หลวงพ่อเงินได้สอนสรรพวิชาอาคมไสยเวทต่าง ๆ คาถาที่หลวงพ่อเงินสอนไว้นั้นที่สำคัญคือ “นะโมพุทธายะ” (พระเจ้าห้าพระองค์) ซึ่งต่อมาหลวงปู่ได้ใช้เป็นคาถาประจำตัวของท่านตลออดมา  นอกจากนั้นหลวงปู่ยังได้ศึกษาวิชาอาคมกับโยมปู่ของท่าน  ซึ่งเป็นวิชาอยู่ยงคงกระพัน เพื่อป้องกันตนเอง  หลวงปู่ได้ใช้วิชานี้ปลุกเศกตัวเองก่อนจะขึ้นชกมวยทุกครั้ง  โดยก่อนจะขึ้นชกมวยหลวงปู่จะบริกรรมคาถาจนรู้สึกว่าเนื้อเริ่มหน่าขึ้น (ของชึ้น)จึงจะชกได้      เมื่อขณะหลวงอุปสมบทแล้ว  ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าถนน (วัดหลวงพ่อเพ็ชร) ซึ่งอยู่ในตัวเมืองอุตรดิตถ์  หลวงปู่ทราบว่าที่วัดกลางอยู่ห่างจากวัดท่าถนนทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร  มีพระภิกษุชราอยู่รูปหนึ่ง “หลวงพ่อทิม” ขาดการดูแลเอาใจใส่ หลวงปู่จึงได้ใช้เวลาว่างเดินทางจากวัดท่าถนนมาวัดกลางทุกวัน  เพื่อปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อทิมด้วยจิตใจเมตตาและให้ความเคราพนับถึอ  โดยหลวงปู่ได้ปฎิบัติภารกิจเป็นประจำทุกวัน  ได้แก่ ตักน้ำ ขึ้นมาจากท่าแม่น้ำน่าน  นำมาใส่ตุ่มไว้ให้หลวงพ่อทิมได้สรง  เก็บกวาดกุฎิ  ชำระล้างภาชนะต่างๆ ประจำมิขาด โดยหลวงปู่มิได้หวังสิ่งค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น แต่ทำไปเพราะจิตเมตตาแก่ภิกษุผู้สูงอายุโดยแท้ซึงจากการกระทำความดีของหลวงปู่  ทำให้หลวงพ่อทิมซึ่งขณะนั้นไม่มีผู้ใดทราบความเป็นมาหลวงพ่อทิมว่าเป็นพระภิกษุเชี่ยวชาญมนต์คาถาทุกด้าน  ซึ่งกิตติศัพท์ ชาวบ้านย่านเกาะบางโพและตำบลใกล้เคียงทราบคือ “ตะกรุดโทน”      ซึ่งหลวงพ่อปลุกเศกโดยดำลงน้ำจารึกอักขระบนแผ่นตะกรุดจนกว่าจะเสร็จ  *น่าเสียดายวันหนึ่งมีมนุษย์ผู้เขลาด้วยปัญญา  นำตะกรุดที่ท่านมอบไปผูกคอสุนัขและยิงสุนัข แต่ปาฎิหารย์กระสุนด้านหมด  เมื่อหลวงพ่อทิมเห็นสุขันวิ่งหลบใต้กุฎิจึงถอดออกจากคอสุนัข  ท่านโกรธจึงประกาศงดให้เครื่องรางของขลังแก่ชาวบ้าน  หลวงปู่เมื่อได้รับมอบวิชาและตำราจากหลวงพ่อทิมไปแล้ว  ท่านหมั่นศึกษาภาวนาปฎิบัติ ทุกบท ทุกวรรคตอน จนสิ้นกระบวนความในตำรา  จนชาวบ้าน บ้านเกาะต่างกล่าวกันว่าหลวงพ่อทิมไปเกิดที่วัดท่าทอง  หลวงปู่ได้ใช้คาถาอาคมช่วยเหลือชาวบ้านตลอดมา ประพรมชาวบ้านที่แวะเวียนมากราบนมัสการท่าน  ซึ่งน้ำมนต์นี้หลวงปู่จะปลุกเศกทุกวัน ใส่โองมังกรขนาดใหญ่           


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ May 11, 2015 11:45:07

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/5247134


ประวัติปฎิปทา " หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล " อมตะเถระ 5 แผ่นดิน แห่งวัดบ้านจาน หลวง ปู่หมุน ฐิตสีโล เกิดในสกุล“ ศรีสงคราม”หรือ “ แก้วปักปิ่น” ถือกำเนิดเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือน 5 ปีชวด พ.ศ. 2437 ณ บ้านจาน อ.กันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ บิดา ชื่อ " ดี "มารดาชื่อ " อั๊ว " มีอาชีพทำไร่ทำนา เป็นเด็กยากจน แต่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ต่อมาบิดามารดาเห็นแววทางด้านพระพุทธศาสนา จึงให้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 14 ปี และนำไปฝากกับพระอาจารย์สีดาเจ้าอาวาสวัดบ้านจาน ซึ่งเป็นพระที่เชี่ยวชาญด้านกรรมฐานและมีวิชาอาคมที่เก่งมาก ในปี 2460 ขณะอายุได้ 23 ปีได้เข้าอุปสมบทหมู่จำนวน 9 รูป โดยหลวงปู่เป็นรูปที่ 9 โดยมีโยมลุงของท่านเป็นเจ้าภาพ โดยมีหลวงพ่อสีดา เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเพ็งเป็นพระอนุสาวนาจารย์และหลวงพ่อผุยเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับรับฉายาว่า " ฐิตสีโล " แปลว่า " ผู้มีศีลตั้งมั่น "จากนั้นได้ศึกษาวิชาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่าง ๆ ในแถบนั้นเป็นเวลา 4 ปี ก่อนออกแสวงหาครูบาอาจารย์อื่นๆ เพื่อศึกษาคันธธุระและวิปัสสนาธุระในชั้นที่สูงๆ ขึ้นไป ปี พ.ศ.2464 หลวงปู่หมุน เริ่มออกศึกษาแสวงหาประสบการณ์โดยได้ร่ำเรียนทั้งเวทย์วิทยา และสมถกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายสำนัก การเดินทางในสมัยนั้นเป็นที่ลำบากยากเย็น ต้องเดินเท้าเปล่าผจญภัยจากผีป่า หรือสัตว์ร้ายนานัปการ แต่หลวงปู่มิได้ย่อท้อ ได้เดินทางไปศึกษาวิชาอาคมที่ สำนักตักศิลาแห่งบ้านจิกใหญ่ อ.พิบูลมังสาหาร จังหวัด อุบลราชธานี กระทั่งศึกษาคัมภีร์มหาพุทธาคม อันเป็นแม่บทของคัมภีร์ปถมัง คัมภีร์อิทธิเจ คัมภีร์มหาราช คัมภีร์ตรีนิสิงเห ซึ่งเป็นพื้นฐานแห่งอำนาจจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำราพิชัยสงคราม เช่น คัมภีร์นิติประกาศิต คัมภีร์ธนูรเวทว่าด้วยการแต่งเครื่องครอบมนตร์ในสงคราม เป็นต้น ใน ช่วงปี 2475-2482 เมื่อหลวงปู่สำเร็จการศึกษาวิชาการต่าง ๆ ก็เก็บบริขารออกธุดงค์ป่าผ่านถิ่นทุรกันดารในชนบทโดยเท้าเปล่ามายังกรุงเทพ ฯ ในระยะแรกหลวงปู่เข้าพักที่ วัดเทพธิดาราม เป็นการชั่วคราว โดยมีครูทองอินทร์ เป็นครูสอนของวัดเทพธิดาราม เป็นผู้เอื้อเฟื้อจัดหาที่พำนักให้ ท่านได้ให้หลวงปู่อยู่ที่วัดวัดอรุณราชวราราม พำนักอยู่กับพระพิมลธรรม(นาค) ศิษย์สายสมเด็จพระสังฆราชแพ โอกาสนี้หลวงปู่ได้ร่ำเรียนวิชาคัมภีร์มูลกัจจายน์สูตร ซึ่งเป็นหลักสูตรโบราณอันเก่าแก่ของคณะสงฆ์ไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เป็นตำราที่ละเอียดลึกซึ้ง แตกฉานพระบาลีว่าด้วยคัมภีร์อรรถกถายากยิ่งที่จะมีผู้เรียนได้สำเร็จ ปัจจุบันวิชานี้ได้ยกเลิกไปแล้ว หลวงปู่หมุนได้เข้าสอบวิชามูลกัจ จายน์ นั้น ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งการสอบในสมัยนั้นมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธาน และสมเด็จพระสังฆราช(แพ) เป็นประธานกรรมการฝ่ายสงฆ์ และพระเถราจารย์เป็นผู้ทดสอบด้วย โดยมีการถามตอบแบบมุขปาฐะ (ปากเปล่า) ถ้าถามตอบบาลีผิดเกิน 3 คำ ให้ปรับเป็นตกทันที ด้วยความรู้ความสามารถที่แตกฉานในคัมภีร์หลวงปู่สามารถสอบได้เปรียญธรรมถึง 5 ประโยคในคราวเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นหลวงปู่ได้ใช้วิชาความรู้อย่าง คุ้มค่า โดยได้เป็นครูสอนมูลกัจจายน์อยู่ที่วัดหงส์รัตนาราม(ฝั่งธนบุรี) เป็นเวลานานหลายปี มีลูกศิษย์มากมาย นอกจากนี้ในช่วงหนึ่งหลวงปู่มาพักกับสมเด็จพระสังฆราชแพ ที่วัดสุทัศน์ฯ และได้ศึกษาวิชาบางอย่างกับสมเด็จพระสังฆราชแพอีกด้วย จากนั้นก็เก็บ บริขารเดินธุดงค์ติดตามพระอาจารย์ทองดี ที่มาจาก อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ธุดงค์ ไปทางภาคเหนือเข้าเขตพม่าเป็นเวลา 1 ปี จากนั้นก็เดินเท้าเปล่าลงภาคใต้ไปพำนักกับพระอาจารย์ทิม วัดช้างไห้ เพื่อปฎิบัติกรรมฐานและแลกเปลี่ยนวิชาอาถรรพณ์เวทมนต์กับพระอาจารย์ทิมอยู่ ประมาณปีกว่า ๆ ก่อนธุดงค์เข้าเขตประเทศมาเลเซีย เพื่อจะเรียนวิชากับพ่อท่านครน วัดบางแซะ ใช้เวลาธุดงค์อยู่ถึง 7 วัน แต่ไม่พบจึงตัดสินใจกลับวัดช้างให้ ต่อจากนั้นก็ได้เรียนวิชาจากพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช โดยได้ของที่ระลึกจากพ่อท่านคล้ายคือ ชานหมากเม็ดใหญ่เป็นที่ระลึก จากนั้นก็เดินธุดงค์เรื่อยมาจนกลับสู่เขตอีสานอีกครั้งและได้พบกับหลวงปู่สี ฉันทสิริ ในป่าแถบ จังหวัดหนองคาย และได้วิชาลบผงสีจากหลวงปู่สี ซึ่งได้รับสืบทอดมาจากสมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆังโฆษิตาราม ช่วงที่ ท่าน ธุดงค์แถบอุบลราชธานีได้พบกับหลวงปู่มั่น และขอเรียนข้อวัตรปฏิบัติในพระกรรมฐาน แต่ไม่ได้ร่วมคณะธุดงค์ เพราะท่านอยู่นิกายมหายาน หลวงปู่เคยเล่าประวัติในช่วงธุดงค์ให้กับพระภิกษุที่เป็นหลานของท่านว่า เคยได้เป็นศิษย์หลวงปู่มั่นอยู่พักหนึ่ง ในช่วงที่หลวงปู่ต้องการเจริญสมณธรรม เป็นธรรมอันล้ำลึกยากยิ่งที่ผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงจะล่วงรู้ถึงอารมณ์ของ วิปัสสนานี้ได้ หลวงปู่หมุนได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้พระอาจารย์มั่นอยู่ระยะหนึ่งแล้วก็แสวงหา ความวิเวก เพื่อประพฤติปฏิบัติต่อไป จนกระทั่งหลวงปู่แตกฉาน เชี่ยวชาญ ครั้งนั้นหลวงปู่หมุนได้ศึกษาธรรมจนที่สหธรรมมิกที่เป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่น รู้จักสนิทสนมกับหลวงปู่ทุกองค์ เช่น หลวงปู่แหวน สุจิณโณ เป็นต้น ..ในตอนที่หลวงปู่หมุนไปกราบนมัสการ หลวงปู่มั่น ท่ามกลางศิษย์สายกองทัพธรรม ในขณะสนทนาธรรมหลวงปู่มั่นได้ปรารภกับหลวงปู่หมุนว่า " ท่านหมุน ท่านเก่งพอตัวอยู่แล้ว หากไม่เจอกันหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปริยัติ ปฏิบัติ และ ปฎิเวธ ให้สอบถามท่านแหวนได้ เพราะเขาเก่งมาก " หลวงปู่มั่นได้มอบของที่ระลึกให้หลวงปู่หมุน 2 อย่าง คือ แผ่นจารอักขระใบลาน ม้วนเป็นลูกอมกลม ๆ เขียนเป็นภาษาขอมว่า เย ธมมา เหตุปภวา ฯลฯ เป็นต้น และธนบัตรรัชกาลที่ 8 พร้อมลายเซ็นหลวงปู่มั่น ภายหลังหลวงปู่ได้มอบให้โยมแม่ท่านไป ต่อมาหลวงปู่มีความกังขาสงสัยในกัมมัฏฐานในเรื่องของ จตุธาตุวัฏฐาน ซึ่งเป็นเรื่องของการปฏิบัติในธาตุทั้ง 4 เป็นมูลฐานของอิทธิปาฏิหาริย์ต่าง ๆ จึงได้เดินทางไปกราบของความรู้เพิ่มเติมจาก หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ก็ได้รับความกระจ่าง จากนั้นก็ธุดงค์ต่อไป ท่านยังได้ร่ำเรียนวิชาจาก พระอาจารย์สิงห์ วัดป่าสาลวัน หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา ต่อมาไม่นาน ก็ ได้ร่ำเรียนวิชามีดหมอมหาปราบจากหลวงพ่อขำ วัดเขาแก้ว และหลวงพ่อเงิน วัดมะปรางค์หลวง ซึ่งวิชานี้หลวงพ่อเดิม พุทธสโร วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ก็เรียนจากหลวงพ่อขำและหลวงพ่อเงิน เช่นกัน นอกจากนี้ในช่วงที่หลวงปู่ธุดงค์มาสู่ภาคตะวันออกแถบจันทบุรี ท่านได้พำนักอยู่กับ หลวงพ่อสอน วัดเสิงสาง กระทั่งหลวงพ่อสอนไว้ใจให้วิชาอาคมและครอบครูให้กับหลวงปู่ หลวงปู่ หมุน นับเป็นหนึ่งในทายาทผู้สืบสายเวทวิทยาพุทธาคมในสายสมเด็จลุนแห่งนครจำปา ศักดิ์ราชอาณาจักรลาวที่ยังดำรงขันธ์อยู่ในปัจจุบัน โดยสมเด็จลุนเป็นที่เลื่องลือในคุณธรรมและอภิญญาอภินิหารอาทิ สามารถเดินบนน้ำได้ ย่นระยะทางได้ แปลงร่างได้ เดินทะลุภูเขาได้กล่าวกันว่าภิกษุสงฆ์ยุคก่อนโน้นต่างดั้นด้นสืบเสาะหาสม เด็จลุน เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษามหาวิทยาคม ตลอดจนวิปัสสนากรรมฐาน หลวงปู่หมุนเองก็ดั้นด้นธุดงค์ผ่านอุบลราชธานีเข้าประเทศลาวเพื่อสืบเสาะสม เด็จลุน แต่ไม่พบ แล้วมาพักอยู่กับหลายพ่อมหาเพ็ง วัดลำดวน ในช่วงนั้นหลวงปู่ได้ใช้เวลาค้นคว้าศึกษาพระไตรปิฏก ในเรื่องพระวินัยปิฏก และพระอภิธรรม ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงการเจริญกัมฏฐานล้วน ๆ ประมาณ 2 เดือนกว่า แล้วก็ออกธุดงค์กลับสู่ประเทศไทยเข้ากรุงเทพฯ มาพักนักที่วัดหงส์รัตนาราม ต่อมาธุดงค์ไปทางอีสานเข้าสู่ประเทศลาวอีก หลายครั้ง จนกระทั่งท่านมีอายุ 30 ปีกว่าแล้ว คราวนั้นหลวงปู่ได้พบกับฆราวาสชื่ออาจารย์ฉันท์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนของสมเด็จลุน ที่จังหวัดนครพนม โดยเรียนวิชาจากอาจารย์ฉันท์จนหมดภูมิแล้ว อาจารย์ท่านจึงได้แนะนำฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ดำเหลนของสมเด็จลุนปรมาจารย์ ใหญ่ที่สืบสายเวทวิทยาพุทธาคมในสายสมเด็จลุน ในการฝากตัวเป็นศิษย์ ของ หลวงปู่ดำนั้น มีกฎเกณฑ์รายละเอียดมากทั้งยังต้องทดสอบภูมิปัญญา และอำนาจของกระแสจิตที่ต้องเข้มแข็งพอที่จะเรียนวิชาของท่านได้ ในรุ่นที่หลวงปู่ฝากตัวเป็นศิษย์นั้นมีมากกว่า 50 รูป แต่หลวงปู่ดำท่านทดสอบวิชา แล้วคัดออกจนเหลือแค่ 3 รูป มีหลวงปู่หมุน หลวงพ่อสงฆ์ (วัดม่วง ลพบุรี) และอีกรูปหลวงปู่ลืมชื่อไปแล้ว สำหรับพิธี ครอบครูของหลวงปู่ดำนั้นมีของยกครูที่หลวงปู่จำได้อย่างแม่นยำคือ 1.ผ้าไตรจีวร 2.บาตร 3.ทองคำหนัก 10 บาท (สำหรับทองคำ จะคืนให้เมื่อเรียนจบ) และมีข้อห้ามประการสำคัญอีกคือ ห้ามสึกตลอดชีวิต ถ้าสึกไปชีวิตก็จะหาไม่ ในการครอบวิชานี้ถือว่าเป็นสุดยอดเคล็ดวิชา วิทยาคม ในสายของสมเด็จลุน แห่งนครจำปาศักดิ์ ซึ่งกว่าจะเรียนจบต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะบำเพ็ญเพียรอย่างมาก ได้จำวัดพักผ่อนวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น อาหารต้องฉันมื้อเดียว และขั้นตอนสุดท้ายที่จะสำเร็จวิชานี้จะมีการทดสอบอย่างพิสดาร อย่าง ไรก็ ตาม เป็นที่เชื่อกันว่าหลวงปู่หมุนท่านสำเร็จวิชาสำเร็จธาตุ 4 มาจากสายสมเด็จลุน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าวิชาสายนี้ลึกลับเกินปุถุชนคนธรรมดาจะเรียนได้สำเร็จ ผู้ที่จะเข้าถึงได้ต้องเป็นผู้ที่มีบารมีมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน เพราะการควบคุมธาตุ 4 ได้นั้นผู้ที่จะสามารถทำการนี้ได้ต้องสำเร็จจตุตฌานเป็นบาทฐานในการทำ และยังต้องมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของกสิณจตุธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟอีกด้วย หลังจากนั้น หลวงปู่ก็กลับมาจำพรรษา ที่วัดบ้านจาน จนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และพระอุปัชฌาย์ รับสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวน ที่" พระครูหมุน ฐิตสีโล" หลวงปู่ได้ปฎิบัติศาสนกิจตามที่ได้รับมอบหมายเป็นเวลาถึง 20 ปี จึงลาออกจากทุกตำแหน่ง ต้องการใช้ชีวิตที่เหลือบำเพ็ญสมณธรรมปฏิบัติพระวิปัสสนาธุระ อย่างเดียว ประมาณปี 2487 ในช่วงที่หลวงปู่อายุ 50 ปี ท่านเก็บบริวารออกธุดงค์บำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าดงดิบ โดยลำพังแต่ผู้เดียว และในช่วงนี้เองที่หลวงปู่ได้พบกับอาจารย์จ่อยและอาจารย์ขวัญ วัดป่าหนองหล่ม ในระหว่างที่หลวงปู่ธุดงค์โดยบังเอิญ อาจารย์ทั้ง 2 จึงได้นิมนต์หลวงปู่โปรดญาติโยมที่วัดป่าหนองหล่ม หลังจากที่หลวงปู่หมุนเดินธุดงค์แสวงหาธรรม อยู่หลายสิบปี ประมาณปี 2520 ท่านจึงกลับมายังวัดบ้านจาน ซึ่งวัดบ้านจานในยามนั้น มีอายุกว่า 200 ปี อยู่ในสภาพทรุดโทรม ท่านจึงได้พัฒนาวัด สร้างอุโบสถขึ้นมา ด้วยหยาดเหงื่อและแรงจิต ทำให้อุโบสถเสร็จสมบูรณ์ในเวลาอันสั้น นอก จาก นี้ท่านยังได้ช่วยเหลือ ลูกศิษย์และสหธรรมิก อีกหลายวัดเช่น วัดป่าหนองหล่ม, วัดโนนผึ้ง ,วัดซับลำใย, และคณะศิษย์วัดสุทัศน์ฯ ในการสร้างถาวรวัตถุของวัด จนเป็นที่มาของ วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมในหลายรุ่นต่อมา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังแทบทุกรุ่น ที่ท่านจัดสร้างขึ้น จึงเป็นที่นิยมในหมู่ศิษยานุศิษย์ ด้วยเชื่อในพลังแห่งบุญฤทธิ์จิตตานุภาพของท่าน จนกระทั่งเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 มี.ค.2546 หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล พระอมตะเถระ 5 แผ่นดิน แห่งวัดบ้านจาน อ. กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ มรณภาพลงอย่างสงบบนกุฎี สิริอายุ 109 ปี 86 พรรษา      


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ April 29, 2015 17:28:06


ประวัติหลวงปู่หงษ์ อัต ชีวประวัติ เด็กชายสุวรรณหงษ์ จะมัวดี เป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียร มีความกตัญญูเวทิตาต่อบิดามารดา ได้ช่วยกิจการงานทุกอย่าง ทำนาหว่านกล้า เก็บเกี่ยวข้าว ด้วยความวิริยะอดทน จนอายุได้ 18 ปี มารดาขอร้องให้บวชเณรด้วยสาเหตุเกรงว่าจะไปมีเรื่องกับผู้อื่น เพราะเป็นช่วงของวัยรุ่นอารมณ์ร้อนซึ่งโดยนิสัยแล้วเป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ ไม่เกรงกลัวใคร สุดท้ายเห็นแก่มารดาจึงได้ตัดสินใจว่าจะบวชให้แค่เพียง 7 วัน ครั้นบรรพชาแล้วพระอุปชฌาย์ได้ตั้งนามให้ใหม่ว่า “สามเณรพรหมศร” ลุมาได้ 3 วัน ขณะทีนั่งบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะขามใหญ่ ได้มีบุรุษหญิงชายแปลกหน้าทั้งมีอายุแก่และหนุ่ม แต่งกายแบบชาวบ้านมาขอร้องให้เทศน์โปรดทีเถิดสามเณรพรหมศรกล่าวว่า “ฉันพึ่งบวชได้ไม่ถึงวันยังเทศน์ไม่เป็นหรอก ชายหญิงผู้แปลกหน้าทั้งหลายต่างให้คำแนะนำว่า “ “ท่านเจ้าคะท่านเทศน์ไม่เป็นก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ท่านทดลองว่า นะโม 3 จบ ประเดี๋ยวท่านก็จะเทศน์ได้เองนั่นแหละ” สามเณรพรหมศรนั่งนิ่งแลสงสัยว่าบุคคลทั้งหลายเหล่านี้เป็นใคร ? มาจากไหน ? อยู่ ๆ ก็มาขอให้เราเทศน์ แต่เมื่อลองคิดแล้วเขาบอกให้ว่านะโม 3 จบ เราก็ว่าได้ จึงได้ว่า นะโม 3 จบ จากนั้นก็เป็นเรื่อง ที่ปากพูดไปได้เองเป็นเรื่องเป็นราว ชายหญิงทั้งหลายต่างนั่งพนมมืออมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ครั้นเทศน์จบก็กราบขอบคุณ ขอลากลับ หันไปอีกทางปรากฏว่าหายไปทางไหนก็ไม่รู้” ผู้เขียนกราบเรียนถามหลวงปู่ว่าทำไมสามเณรพรหมศรจึงเทศน์ได้ ท่านกล่าวว่า มันเป็นของเก่าหรือที่เรียกว่า “ธรรมบันดาล” ที่พาให้พูดกล่าวไปได้เอง ความตั้งใจที่จะบวชเพียง 7 วัน ก็อยู่เลยเรื่อยมาจนอายุครบ 20 ปีพระอุปัชฌาย์จึงอุปสมบทให้ ณ วัดเพชรบุรี ต.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยตั้งนามฉายาให้ใหม่ว่า “พรหมปัญโญ” แปลว่า ผู้มีปัญญาประดุจพรหม เมื่ออุปสมบทแล้ว หลวงปู่ตั้งใจมั่นขยันหมั่นเพียรศึกษาพระปรัยัติธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มี พระภาคเจ้า หลวงปู่เป็นพระผู้มีความวิรยะสูงจดท่องจำแม่นยำยิ่งนัก ทั้งฝักใฝ่หาความรู้ เพียรหาครูบาอาจารย์อย่างไม่ลดละ แม้จะไกลไปยาก ก็อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางไป เพื่อให้ได้วิชาความรู้กลับคืนมาเป็นรางวัล ด้วยปณิธานมั่นที่จะโปรดลูกหลานญาติโยมภายหน้า สืบไป ครั้นอุปสมบทได้แล้ว 3 พรรษา จึงกราบลาพระอุปชฌาย์จาริกธุดงควัตร ตามแบบฉบับแห่งพระบรมครู อาศัยอยู่ตามโคนไม้ นุ่งห่มใช้ผ้าเพียงสามผืน ทั้งถือที่สงบสัปปายะ เช่นป่าช้า เป็นที่เจริญจิตภาวนาเช้าค่ำ ขบฉันภัตตราหารเพียงมื้อเดียว ได้ท่องเที่ยวสู่เมืองขุขัน จ.ศรีสะเกษ เพราะเป็นเขตแห่งสรรพศาสตร์มนตรา จึงได้เข้าขอศึกษากับครูอาจารย์ที่เป็นทั้งฆารวาสก็ดีเป็นผู้ทรงศีลสมณะก็ ตาม จนเป็นที่พอใจแล้ว จึงขออนุญาตลากลับเพื่อจาริกธุดงค์สู่พนมเปญ กัมพูชาสืบไป เมื่อธุดงค์ข้ามเขาเข้าเขตกัมพูชา อันเป็นที่ตระหนักดีอยู่แล้วว่าเป็นดินแดนแห่งอาณาจักรขอมถิ่นอาถรรพ์ เป็นที่รวมแห่งศาสตร์ไสยเวทย์มนตรารุ่งเรืองนัก คงเป็นด้วยบุญบารมีเก่าหนุนนำ พาให้ได้พบกับครูบาอาจารย์เก่า เมื่อพบเห็นแล้วทุกครูอาจารย์ต่างพึงพอใจในพระภิกษุหงส์พรหมปัญโญผู้สันโดษ อ่อนน้อมถ่อมตนยิ่งนัก ได้บังเกิดความเมตตาประสิทธิ์ประสาทสรรพวิชา ทั้งเวทย์มนต์แลคาถาเมตตา มหาเสน่ห์ กำบังภัยทั้งคุ้มครองแคล้วคลาดกันอาวุธ ปืน หอก ดาบ ธนูหน้าไม้เขี้ยวงา ช้างเสือ หุงสีผึ้ง กันยาเบื่อ ทั้งคุณไสย ทำน้ำมนต์รดอาบต่างหายไป แม้นบ้าใบ้จิตหลอนก็อ่อนโยน จนลุเลยข้ามดงสู่จังหวัดสารพัดไต่เขาและภูผา อาศัยหุบเขาข้างห้วยเอนกายา ตกค่ำภาวนาตลอดไปยามสองจิตผ่องใส บังเกิดธรรมบันดาลพาพบไป กับพระอาจารย์ใหญ่องค์เทพเทวาได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาลงจารเสกปากกา อุปเท่มีคุณมากนักหนากว่าพันประการ ประทานเสร็จสอนจบครบตำราพระพรหมปัญโญให้ปิติทั้งศรัทธา ตั้งจิตกราบครูบาแล้วเงยหน้าขอชมบารมีทันที่ที่ลืมตาได้รูปท่านอาจารย์ใหญ่ ก็จางหายทันที พระพรหมปัญโญสุดที่จะเสียดายเพราะมิได้กล่าวคำว่าขอบคุณแก่ท่านผู้การุ ณประสาทวิชา ครั้นล่องไพรในพนากลางป่าใหญ่ อัศจรรย์ใจเป็นหนักหนาเห็นเด็กร่างดำใหญ่ดุจศิลา พลางผลักทักทายมาแต่ใด กุมารดินล้มหงายหลัง แล้วตั้งตรงทดลองใหม่ผลักล้มมาด้านหน้า ทดลองถึงสองครั้งให้ระอาจึงแสดงกายาสูงใหญ่ได้ห้าเมตร แสดงเสร็จให้เกิดศรัทธาแล้วสั่งสอนถึงวิธีการสร้างกุมารทองให้ถูกต้องตาม ตำราฉบับครู ครั้นธุดงค์ผ่านเขาพนาไพร นานอยู่ได้เกือบขวบปีแวะผ่านที่หมู่บ้านชื่อ “บ้านกรู” ณ หมู่บ้านนี้เองที่ชาวบ้านต่างกล่าวขานคุณงามความดีในวีรกรรมหลาย ๆ สิ่งที่มิอาจลืมเลือนได้จากหัวใจของทุกคน แม้หลวงปู่จะธุดงค์กลับ ประเทศไทยแล้วก็ตามจนขณะนี้หลวงปู่มีอายุย่าง 85 ปี จึงได้เดินทางไปเยี่ยมชาวกัมพูชา เมื่อชาวบ้านทราบข่าวว่าหลวงปู่จะมาต่างดีใจ ครั้นหลวงปู่ไปถึงชาวบ้านเกือบพันคนต่างนอนคว่ำเรียงรายตั้งแต่ถนนจนถึงศาลา แล้วอาราธนาให้หลวงปู่เดินเหยียบบนหลังของเขาทั้งหลสายนั้น หลวงปู่จะไม่เดินชาวบ้านเขาก็ไม่ยอม กล่าวว่า ยอมพร้อมพลีกายด้วยความเคารพบูชา หลวงปู่ขัดเขามิได้จึงยอมเดินบนหลังของเขาเหล่านั้น แม้แต่ผู้เฒ่าอายุราว 100 กว่าปี เมื่อทราบข่าวว่าหลวงปู่มาก็อุตส่าห์ลากไม้เท้าหลังงองกเงิ่นเดินทางมากราบ บูชา ผู้ติดตามหลวงปู่ทุกคนต่างแปลกใจซักถามว่าทำไมจึงศรัทธาองค์หลวงปู่ขนาดนี้ พวกเราทุกคนต่างก็ถึงบางอ้อ ! เพราะพ่อเฒ่า ต่างเล่าให้ฟังว่า”หลานเอ๋ย ! ถ้าวันนั้นหลวงพ่อไม่ได้อยู่กับเพวกเราแล้ว หมู่บ้านกรูทั้งหมู่บ้านก็แตกกระจัดกระจายปี้ป่นไปแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องแปลกตาเองก็ไม่เคยเห็นว่าลูกระเบิด และลูกปืนใหญ่ขนาดแตงโมมันตกบนหลังคาหญ้าแฝกแปลกที่มันไม่ทะลุหล่นลงมากลับ กลิ้งคลุก ๆ ไปตามทางลาดชายคา พวกเราก็นึกว่าต้องตายแน่ ๆ ถ้าลูกระเบิดตกกระทบกับพื้นดิน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังตุ้บ ! ปรากฏว่าลูกระเบิดจมดินเกือบครึ่งลูก แต่มันอัศจรรย์มาก หลานเอ๋ย ! มันไม่ระเบิด” เท่านั้นแหละเม็ดกรวด เม็ดหิน แม้แต่ดินใต้แคร่ไม้ไผ่เขายังขุดไปลึกเป็นเมตรเอาไปปั้นเป็นลูกอมตากแดด ครั้นหลวงพ่อกลับประเทศไทยไปแล้ว แคร่ตัวที่ท่านนั่งก็ยังไม่มีเหลือ ชาวบ้านเขาจุดธูปเอามาพลีแบ่งกันจนหมดไม่เหลือหรอ หลวงพ่อเน้อ ! พร้อมกับยกมือไหว้ทางหลวงปู่ พวกตา และชาวบ้านรอดตายมาได้ทุกคน เสมือนตายแล้วเกิดใหม่ เท่ากับหลวงพ่อมาชุบชีวิตให้ใหม่” ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมชาวบ้านเขาจึงพร้อมใจกันยอมนอนคว่ำให้หลวงปู่ ท่านเดนบนหลังของวกเขา ชาวบ้านทุกคนเคารพรักหลวงปู่เสมือนเป็นเทพเจ้าของพวกเขาทีเดียว เพราะมิใช่ว่าหลวงปู่ จะป้องกันภัยให้พวกเขาได้อย่างเดียว แต่หลวงปู่ได้แผ่เมตตาปล่อยสัตว์ ขุดบ่อ ขุดสระ สร้างฝายน้ำล้น ปลูกผ่า ปล่อยช้าง วัว ควาย เต่า งู ตะขาบ สัตว์ทุกชนิด และสั่งห้ามมิให้ชาวบ้านทำลายป่าไม้โดยอบรมสั่งสอนให้เห็นคุณ และโทษของการไม่มีป่าได้ไม่มีน้ำจะ เกิดความเดือดร้อนนานาประการ พร้อมทั้งสอนให้ชาวบ้านทุกคนถือศีลห้า ห้ามดื่มเหล้าเมายา แล้วครูอาจารย์ของหลวงปู่ท่านจะคุ้มครอง ทุกคนเคารพศรัทธาในองค์หลวงปู่ได้ประพฤติปฏิบัติตาม จึงมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข (คัดลอกจากเขามาครับ) สำหรับ ผู้ที่ศรัทธาจริงอยากจะได้วัตถุมงคลก็แสดงความคิดเห็นลงได้ ต้องขอบอกท่านที่ต้องการที่จะได้ก่อนนะครับว่าผมไม่มีวัตถุมงคลของหลวงปู่ ทั้ง 2 ท่าน ไว้จำหน่ายครับ มีเวลาว่างจะไปดูที่วัดให้ สำหรับเรื่องค่าบูชาก็ตามวัดที่ตั้งไว้ บางรุ่นสร้างมาแล้ว 8-9 ปีก็มีเพราะเคยเข้าไปดูบ่อยครั้ง สำหรับผมมีเฉพาะไว้กับตนเอง ท่านอยากได้อะไรก็ลองแสดงความคิดเห็นดูนะครับ ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่เซียนพระแต่วัตถุมงคลนั้นออกจากวัดแน่นอน      


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ April 29, 2015 17:27:42


ขอบคุณครับ (auto feedback)


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ December 06, 2014 17:05:05


ปิดปุ๊บ โอนปั๊บ ขอบอกท่านนี้ยอดเยี่ยม ขอบคุณมากๆครับ


เขียนโดย :เทพพิทักษ์ เจ้าของรายการ November 10, 2014 01:13:31

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/เครื่องราง-ล็อกเก็ต/4520369


โอนไวมากมายครับ ขอบคุณครับ


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ October 20, 2014 11:47:40


ขอบคูณครับ


เขียนโดย :Bigsunny เจ้าของรายการ September 25, 2014 07:22:14

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระเนื้อผง-เนื้อว่าน/4291168


สุดยอดครับ ขอบคุณมากครับ


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ August 09, 2014 14:29:29


โอนไวมากๆครับ..


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ July 31, 2014 03:26:09

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระหล่อ-รูปเหมือนปั้ม/4244342


ขอบคุณครับ.....


เขียนโดย :นำทรัพย์ เจ้าของรายการ July 31, 2014 03:22:34

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระบูชา-รูปถ่าย/4214837


เครดิตดีเยี่ยม. ขอบคุณมากครับ


เขียนโดย :ping เจ้าของรายการ July 29, 2014 20:23:12


RG161045811TH


เขียนโดย :เกื้อหนุน เจ้าของรายการ June 10, 2014 02:43:07

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/3883400


RE024891722TH โอนเร็ว ส่งไว ทันใจ ทุกรายการ ขอบคุณครับที่มาอุดหนุน เชิญติดตามผลงานวัดใจได้เรื่อยๆนะครับ ขอบคุณครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ May 02, 2014 17:33:12

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/3883407


RE024891721TH โอนเร็ว ส่งไว ทันใจ ทุกรายการ ขอบคุณครับที่มาอุดหนุน เชิญติดตามผลงานวัดใจได้เรื่อยๆนะครับ ขอบคุณครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ May 02, 2014 17:32:48


ขอบคุณครับ


เขียนโดย :THEICE เจ้าของรายการ May 01, 2014 18:40:35

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/หลวงพ่อทวดวัดช้างไห้/3790889


EK324352467TH สมาชิกสุดยอดครับ โอนเร็ว ส่งไว ทันใจ ทุกรายการ ขอบคุณครับ เชิญติดตามผลงานวัดใจ และรายการอื่นๆ ได้นะครับ โดยต๋องเมืองแป๊ะ ขอบคุณครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ March 31, 2014 12:47:17

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/3680597


ขอบคุณครับ


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ March 13, 2014 09:16:43


รับทราบครับ ขอบคุณครับ


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ February 24, 2014 17:32:57

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/3573790


ไม่เป็นไรคับ. ขอบคุณท่านที่แวะมาเยี่ยมชม


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ February 05, 2014 11:09:27


ขอบคุณมากครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ November 22, 2013 04:37:50


ขอบคุณมากครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ November 22, 2013 04:36:51

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/3236707


ขอบคุณครับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ November 07, 2013 04:29:58


ขอบคุณครับ สมาชิกโอนไวมากคับ


เขียนโดย :พันธุ์ทิพย์ เจ้าของรายการ October 27, 2013 11:21:13

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2861465


ส่งให้เรียบร้อยนะครับ


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ July 23, 2013 02:51:49

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2767145


ขอบคุณครับ


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ July 17, 2013 16:25:40


โอนไวครับ เชื่อถือได้


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ January 13, 2013 03:04:53

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2289649


โอนไวครับ เชื่อถือได้


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ January 13, 2013 03:04:29

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2289643


โอนไวครับ เชื่อถือได้


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ January 13, 2013 03:04:09

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2289636


โอนไวครับ เชื่อถือได้


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ January 13, 2013 03:03:47

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2289623


โอนไวครับ เชื่อถือได้


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ January 13, 2013 03:03:27

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2289630


โอนไวครับ เชื่อถือได้


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ January 13, 2013 03:03:11


โอนไวครับ เชื่อถือได้


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ January 13, 2013 03:02:51


เยี่ยมมากครับ


เขียนโดย :ฟางฟาติมา เจ้าของรายการ January 07, 2013 14:20:34


โอนไวมากครับ


เขียนโดย :jarune121 เจ้าของรายการ November 09, 2012 16:24:27

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระบูชา-รูปถ่าย/2122231


ขอบคุณที่มาอุดหนุนครับผม. มรรยาทดีเยี่ยม.


เขียนโดย :THEICE เจ้าของรายการ October 24, 2012 10:19:54

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2083584


ขอบคุณครับ


เขียนโดย :เสือเพรียง เจ้าของรายการ October 14, 2012 14:00:21

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2089874


สมาชิกคุณภาพ โอนใว อัธยาศัยดี การันตีใด้เลยครับ


เขียนโดย :nongmai1 เจ้าของรายการ October 12, 2012 14:32:19


สุดยอดคะ โอนเงินเร็ว..เครดิตดีมาก..เชื่อถือได้..อัธยาศัยดี..และ..เป็นกันเอง..มีความรับผิดชอบในการประมูล..สุดยอด..และ..ยอดเยี่ยม..ซื้อ-ขาย..ด้วยไม่ผิดหวังคะ..ยินดีที่ได้รู้จัก..และได้รับใช้คะ....ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงคะ


เขียนโดย :ต๋อดโรงเจ เจ้าของรายการ October 08, 2012 15:55:37

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2064450


เยี่ยมมากครับ


เขียนโดย :ฟางฟาติมา เจ้าของรายการ October 03, 2012 14:55:56

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2063820


เยี่ยมมากครับ


เขียนโดย :ฟางฟาติมา เจ้าของรายการ October 03, 2012 14:52:51

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2060090


เครดิตเยี่ยม โอนเงินเร็ว ส่งของให้แล้วนะ เลข E053009102251


เขียนโดย :hanhasup เจ้าของรายการ October 02, 2012 05:52:56

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2059218


โอนเร็วมาก/ ขอบคุณครับ


เขียนโดย :vuttichai_d เจ้าของรายการ October 02, 2012 02:15:14

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2003143


มาตราฐานสากลทุกประการ ขอบคุณมากนะคะ ^_^ EI627807579TH 19/9/55 11.46


เขียนโดย :moji เจ้าของรายการ September 19, 2012 06:20:39

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2017964


มาตราฐานสากลทุกประการ ขอบคุณมากนะคะ ^_^ EI627807579TH 19/9/55 11.46


เขียนโดย :moji เจ้าของรายการ September 19, 2012 06:20:28

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2021349


มาตราฐานสากลทุกประการ ขอบคุณมากนะคะ ^_^ EI627807579TH 19/9/55 11.46


เขียนโดย :moji เจ้าของรายการ September 19, 2012 06:20:20

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2005432


มาตราฐานสากลทุกประการ ขอบคุณมากคะ ^_^ RG437997245TH 12/9/55 15.57


เขียนโดย :moji เจ้าของรายการ September 12, 2012 09:51:28

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระชุดภาคอีสาน/2007928


มาตราฐานสากลทุกประการ ขอบคุณมากคะ ^_^ RG437997245TH 12/9/55 15.57


เขียนโดย :moji เจ้าของรายการ September 12, 2012 09:51:19

อ้างอิงถึงรายการ : /auction/พระปิดตาทุกสำนัก/1933441


สุดยอดเลยครับสำหรับสมาชิกท่านนี้ ความรับผิดชอบยอดเยี่ยมเป็นที่สุด เชื่อถือได้ครับ ให้ 100 คะแนนเต็มเลยครับ ขอบพระคุณมากครับ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์ทั่วประเทศจงปกป้องคุ้มครองรักษาให้พี่และครอบครัวจงมีแต่ความ สุขความเจริญ คิดสิ่งใดขอให้สมดังใจปรารถนา สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเป็นอภิมหาเศรษฐี กินดีอยู่ดี มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือตลอดปี และตลอดไป....เฮง ๆ ๆ ครับ


เขียนโดย :บุญยวีร์ เจ้าของรายการ August 29, 2012 17:44:27

หน้าที่ :  1